วันอังคาร ที่ 21 เดือนกันยายน คศ.2021
TIGERNEWS CHANNAL BREAKING-NEWS:

สุราษฎร์ธานี // รอง ผวจ.สุราษฎร์ เปิดกิจกรรม “จิตอาสาพัฒนาชุมชน เอามื้อสามัคคี” ยึดหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” สู้ทุกวิกฤต พัฒนาคุณภาพชีวิต สู่ความยั่งยืน .

ไทเกอร์นิวส์ สุราษฎร์ธานี
ศูนย์ข่าวภาคใต้ตอนบน

รายงาน : ปุญญิศา สุวรรณ

เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ท2564 ที่ผ่านมา เวลา 09.30 น. นายประเวศ ไทยประยูร รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี ได้เดินทางมายังบ้านประสงค์ ม.5 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ เพื่อเป็นประธานเปิดกิจกรรม “จิตอาสาพัฒนาชุมชน เอามื้อสามัคคี” ตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” โดยมี พัฒนาการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ข้าราชการสำนักงานพัฒนาชุมชน จิตอาสา 904 ผู้นำท้องที่-ท้องถิ่น ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

นายประเวศ กล่าวว่า “การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ และพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้การประยุกต์ใช้ทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ผ่านการลงมือทำให้ประชาชนเห็น อีกทั้งเป็นการขยายผลแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่ประชาชน และน้อมนำไปปฏิบัติให้เป็นวิถีชีวิตสามารถขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้นเพื่อเป็นหมู่บ้าน “อยู่เย็น เป็นสุข” และพัฒนาพื้นที่ “โคก หนอง นา โมเดล” ให้เป็นจุดตัวอย่าง เป็นต้นแบบในการบริหารจัดการพื้นที่การเกษตร จัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ แก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชน และเป็นกิจกรรมที่ตอบสนองนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข เพื่อสร้างทางรอด แก่ประชาชนในการเผชิญกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกด้วย

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เกิดจากการร่วมมือร่วมใจกันของคนในชุมชน เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ร่วมบูรณาการการดำเนินงาน ภายใต้โครงการ “ศูนย์เรียนรู้วิถีทฤษฎีใหม่ต้นแบบ แห่งการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน” งบประมาณ ที่ได้รับการสนับสนุนให้ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ของนายสนั่น สุดจำนงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ เป็นครัวเรือนต้นแบบ เพื่อจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ตามหลักทฤษฎีใหม่ “โคก หนอง นา โมเดล” ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นชุมชนพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไป .

%d bloggers like this: