(มีคลิป) “ดร.สุดเขต” แจงชาวบ้านสามารถปลูกกัญชาได้พร้อมแนะวิธี ลงทะเบียนขออนุญาติ

“ดร.สุดเขต” แจงชาวบ้านสามารถปลูกกัญชาได้พร้อมแนะวิธี ลงทะเบียนขออนุญาติ

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสัมภาษณ์ ดร.สุดเขต สกุลทอง ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ภายหลังที่ ม.แม่โจ้ สนับสนุนการประกาศเสรีกัญชา เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เปิดโอกาสประชาชนเข้าถึงใช้ดูแลสุขภาพอนามัยและรักษาผู้ป่วย รวมทั้งผลักดันเป็นพืชเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามย้ำต้องมีกฎหมายกำกับดูแลการใช้เชิงสันทนาการอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ขณะเดียวกันประกาศพร้อมขายทุกชิ้นส่วนจากต้นกัญชา ทั้งช่อดอกกิโลกรัม 35,000 บาท และต้นกล้าสายพันธุ์ “แม่โจ้ 03” ที่ผ่านการวิจัยพัฒนามาแล้วอย่างดีต้นละ 30 บาท ตั้งเป้าจัดสรรให้ได้ 1 ล้านต้น ตอบสนองความต้องการประชาชนทั่วไปให้ตรงถึงมือ รับประกันของแท้ ตัดปัญหามักถูกแอบอ้างชื่อนำไปใช้

ทางด้านอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า ตลอดช่วง 3 – 4 ปีที่ผ่านมา ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มุ่งมั่นวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ตามมาตรฐานเกรดทางการแพทย์แบบครบวงจรด้วยการปลูกระบบเกษตรอินทรีย์ มีความปลอดภัย มีมาตรฐาน ไม่มีสารเคมี และสารปรุงแต่งใดๆ มาโดยตลอด ซึ่งในส่วนของดอกกัญชาจะจัดส่งให้ทางกระทรวงสาธารณสุขเพื่อผลิตยาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และชิ้นส่วนอื่นๆ ที่เหลือ เช่น ใบ,ราก หรือต้น ได้เปิดจำหน่ายให้ประชาชนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ อย่างไรก็ตามจากการที่ได้มีการประกาศเสรีกัญชา ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.65 แล้ว เวลานี้ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงได้เปิดจำหน่ายกล้าพันธุ์กัญชาสายพันธุ์แม่โจ้ 03 ให้กับประชาชนทั่วไปด้วย ในราคาต้นละ 30 บาท เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายสำหรับการนำไปใช้ประโยชน์ในครัวเรือนและดูแลสุขภาพ

ดร.สุดเขต สกุลทอง ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เผยว่า ภายหลังจากที่ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดเวทีเสวนา ให้ความรู้เรื่องกัญชา หลังการปลดล็อกกัญชา จากยาเสพติดประเภท 5″ โดยได้มีการสรุปถึงทิศทางระเบียบและการแจ้งปลูกกัญชง – กัญชา โดยประชาชนทั่วไป สามารถปลูกกัญชง – กัญชา เพื่อใช้ดูแลสุขภาพหรือปลูกเพื่อจำหน่าย แต่ส่วนที่ยังเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 คือ สารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชา หรือ กัญชงที่มีสาร THC เกิน 0.2 % ทาง สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้ย้ำเตือนเกษตรกรหรือผู้ที่สนใจพิจารณาความเสี่ยงในการลงทุน โดยทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มีการวิจัยการปลูกในแบบต่างๆ อาทิ การเพาะเมล็ด, การปักชำ, เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ตรงตามสายพันธุ์ และเป็นแหล่งองค์ความรู้ให้กับผู้ที่สนใจได้เรียนรู้ ศึกษา ค้นคว้า และให้คำแนะนำ โดยประชาชนที่สนใจ สามารถลงทะเบียนจดแจ้งผ่านแอพพลิเคชั่น “ปลูกกัญ” ดาวน์โหลดได้ทั้ง Google play และ App store หรือที่ เว็บไซต์ เพื่อยืนยันจำนวนต้นที่จะปลูก แหล่งที่มา รายละเอียดสถานที่ปลูก ขนาดพื้นที่ที่ปลูก และวัตถุประสงค์ในการปลูก

ดร.สุดเขต กล่าวอีกว่า ภายหลังจากที่กระทรวงสาธารณสุข ประกาศ “ปลดล็อกกัญชา” ออกจากยาเสพติดให้โทษไปแล้วตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้ส่วนต่าง ๆ ของพืชกัญชา ได้แก่ ช่อดอก เปลือก ลำต้น เส้นใบ กิ่งก้าน ราก ใบ ไม่ว่าจะแบบสดหรือแห้งก็ตาม ไม่ถูกจัดให้เป็นยาเสพติดอีกต่อไป เว้นแต่สารสกัดจากกัญชา-กัญชง ที่มีปริมาณเตตราไฮโดรแคนนาบินอล หรือ THC เกิน 0.2% ที่ยังถือว่าเป็นยาเสพติด โดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดให้ประชาชนที่อยากปลูกกัญชา-กัญชง สามารถลงทะเบียนจดแจ้งการปลูกกัญชา กัญชง ได้ผ่าน 3 ช่องทาง ดังต่อไปนี้คือ 1.เว็บไซต์ Plookganja ขั้นตอนและวิธีการจดแจ้งปลูก กัญชา-กัญชง ผ่านเว็บไซต์ เข้าเว็บไซต์ Plookganja คลิกที่หัวข้อ “จดแจ้งการปลูกกัญชา กัญชง” สำหรับการเข้าใช้งานครั้งแรก ให้คลิกที่คำว่า “ยังไม่มีบัญชีผู้ใช้? ลงทะเบียน” ให้อ่านและทำความเข้าใจนโยบายการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลก่อน จากนั้นกดที่คำว่า “ยินยอมข้อมูล” และ คลิก “ตกลง” กรอกรายละเอียดต่าง ๆ อาทิ เลขบัตรประชาชน และ เบอร์โทรศัพท์มือถือ แล้วคลิกที่คำว่า “ตกลง” ระบบจะส่งรหัส OTP ไปยังเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ท่านแจ้งเอาไว้ให้นำรหัส OTP 6 หลัก กรอกในกล่องข้อความ และคลิก “ตกลง” จากนั้นให้สร้างรหัสผ่านสำหรับเข้าสู่ระบบของตัวเอง และคลิก “ตกลง” ระบบจะแสดงเลขบัตรประชาชนและเบอร์โทรศัพท์มือถือที่กรอกเอาไว้ จากนั้นจึงกรอกข้อมูลส่วนตัว แล้วคลิกที่คำว่า “ลงทะเบียน” กรอกวัตถุประสงค์ในการจดแจ้ง และรายละเอียดอื่น ๆ ทั้งหมด เสร็จแล้วให้คลิก “ยื่นจดแจ้ง” รอระบบออกเลขจดแจ้งให้อัตโนมัติ และออกเอกสารการจดแจ้งให้

2.แอปพลิเคชัน “ปลูกกัญ” ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “ปลูกกัญ” ผ่าน Google Play หรือ App Store กดเลือก “ลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบ” อ่านทำความเข้าใจนโยบายปกป้องข้อมูลส่วนบบุคคล จากนั้นกด “ยินยอม” และกด “ยืนยัน” กรอกรายละเอียด เลขบัตรประชาชน และ เบอร์โทรศัพท์ จากนั้นกดที่คำว่า “ถัดไป” รอระบบส่งรหัส OTP มายังโทรศัพท์ จากนั้นให้นำรหัส OTP 6 หลัก กรอกในกล่องข้อความ และกด “ถัดไป”
ระบบจะแสดงเลขบัตรประชาชน และเบอร์โทรศัพท์ที่กรอกไว้แล้ว จากนั้นให้กรอกข้อมูลส่วนตัว แล้วกดที่ “สมัครเข้าใช้บริการจดแจ้งปลูก” เลือกวัตถุประสงค์ในการยื่นจดแจ้ง ได้แก่ เพื่อใช้ดูแลสุขภาพ, เพื่อใช้ดูแลผู้ป่วยทางการแพทย์แผนไทย และแพทย์พื้นบ้าน, เพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทั้งสิ่งที่ปลูก จำนวนต้น และแหล่งที่มา จึงกด “ถัดไป” จากนั้นให้กรอกรายละเอียดสถานที่ปลูก และข้อมูลต่าง ๆ เสร็จจึงแล้วกด “ตกลง” ระบบจะแสดงหน้ารายละเอียดการจดแจ้ง ตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วน และกด “ยืนยัน”
กดแถบจ้อมูลจดแจ้งปลูกกัญชา/กัญชง และกดดู “ข้อมูล” ระบบจะแสดงรายละเอียดจดแจ้ง เอกสารจดแจ้ง พร้อม QR Code เพื่อใช้ตรวจสอบข้อมูลเอกสารการจดแจ้ง

3.ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการให้ สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกลงทะเบียนด้วยตัวเองผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ สามารถให้เจ้าหน้าที่จดแจ้งปลูกกัญชา และกัญชงได้ โดย เจ้าหน้าที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หรือ กทม. จะดำเนินการรับจดแจ้งแล้วนำไปลงทะเบียนให้ผ่านเว็บไซต์ จากนั้นจะพิมพ์ใบรับจดแจ้งให้ประชาชนเก็บเอาไว้เพื่อใช้เป็นหลักฐาน

สำหรับ “กัญชา” สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ไม่เพียงแต่ช่อดอกที่นำไปสกัดเป็นน้ำมันกัญชาทางการแพทย์ แต่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน เช่น ใบอ่อนและใบแก่ สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายอย่าง ก้านอ่อนนำมาใส่ในหม้อก๋วยเตี๋ยวทำให้น้ำซุปหวาน แทนการใช้ผงชูรส รากสามารถนำมาดองน้ำผึ้งได้ แต่การนำกัญชาไปสูบเพื่อสันทนาการนั้นยังไม่สามารถทำได้ เพราะหากใช้ปริมาณมากเกินหรือผิดวิธีอาจส่งผลต่อระบบจิตประสาท ส่วนการเสพในที่สาธารณะรบกวนผู้อื่นก่อให้เกิดความรำคาญ ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 25,000 บาท ในส่วนของประชาชนที่ทดลองปลูกใช้เองแล้ว ต้องการสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว ก็มีภาคเอกชนที่พร้อมจะเข้ามาส่งเสริมและรับซื้อ เพื่อนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เพื่อรักษาผู้ป่วยต่อไป ดร.สุดเขต กล่าวเสริม

ทั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ยังจัดให้มีการลงทะเบียนจอง “ต้นกล้ากัญชาอินทรีย์ MJU03” ได้ที่ ผ่านทาง “ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ” https://forms.gle/hLGZpwi2hdnUtZ1z6 หรือสแกนคิวร์อาร์โค้ด และเนื่องด้วยมีผู้สนใจเข้ามาจำนวนมากขอสงวนสิทธิ์ให้ผู้ที่ลงทะเบียนจองตามลำดับ และโปรดรอเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ ติดต่อกลับไป

ทางด้านศาสตราจารย์ ดร.อานัฐ ตันโช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้มีการออกแถลงการณ์ จากศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เรื่อง เหตุการณ์ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอแสดงความเสียใจพร้อมประกาศยุติการวางขายต้นกล้าพันธุ์กัญชา ซึ่งเจ้าหน้าที่ถูกทำร้ายร่างกายโดยมีผู้ที่ไม่พอใจที่ไม่สามารถซื้อได้ทัน ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติจึงขอปรับวิธีการจัดสรรเป็นให้จองซื้อล่วงหน้าและนัดรับเท่านั้น

สืบเนื่องจากกรณีที่ช่วงสายของวันพุธที่ 15 มิถุนายน 2565 ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กำลังอำนวยความสะดวกในการขายต้นกล้ากัญชาสายพันธุ์แม่โจ้ 03 ให้กับประชาชนทั่วไปที่สนใจ ณ กาดแม่โจ้ ๒๔๗๗ บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายสำหรับนำไปใช้ประโยชน์ในครัวเรือนและดูแลสุขภาพ หลังจากที่มีการเปิดเสรีกัญชา กัญชง ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 โดยเบื้องต้นจำกัดจำนวนต้นกล้าที่ขายในแต่ละวันจำนวน 400 ต้น และจำกัดจำนวนการขายให้รายละไม่เกิน 5 ต้น เพื่อให้เกิดการกระจายอย่างทั่วถึง เหตุเพราะต้นกล้ากัญชาที่เพาะได้มีจำนวนจำกัดยังไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน ปรากฏว่าได้เกิดเหตุการณ์ชายรายหนึ่งทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่เนื่องจากไม่พอใจที่ไม่สามารถซื้อกล้าพันธุ์กัญชาได้ เพราะมีผู้ให้ความสนใจเข้าคิวซื้อเป็นจำนวนมากและต้นกล้าที่จัดเตรียมไว้หมด เบื้องต้นจากกรณีดังกล่าวทางศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ที่ถูกทำร้ายร่างกายได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว ณ สถานีตำรวจภูธรแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

ในขณะเดียว กันเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่ไม่คาดคิด และจัดระเบียบในการจัดสรรต้นกล้ากัญชาให้ประชาชนที่มีความต้องการดังนั้นทางศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จะยุติการขายต้นกล้าพันธุ์กัญชา สายพันธุ์แม่โจ้ 03 ด้วยการจัดสรรนำไปวางขายกาดแม่โจ้ ๒๔๙๙ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยจะคงเปิดขายเฉพาะวิธีการจองซื้อล่วงหน้าและนัดหมายรับต้นกล้า ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่ โจ้ เท่านั้น ซึ่งจะเริ่มส่งมอบได้ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป จำนวนวันละ 10,000 ต้น ทั้งนี้ขอยืนยันเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการวิจัยพัฒนาสายพันธุ์กัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายเพื่อใช้ประโยชน์ในครัวเรือนและดูแลสุขภาพ.

ทรงวุฒิ ทับทอง

%d bloggers like this: