สงขลา/โอละพ่อเจ้าของบ้านเข้าใจผิดคิดว่าโจรเข้าบ้านและติดยังอยู่ภายในบ้าน ตำรวจและอส.รีบบึ่งมาปิดล้อมบุกเข้าค้นหาตามยุทธวิธีพร้อมอาวุธครบมือพร้อมเผชิญหน้า ( มีคลิป )


สงขลา/โอละพ่อเจ้าของบ้านเข้าใจผิดคิดว่าโจรเข้าบ้านและติดยังอยู่ภายในบ้าน ตำรวจและอส.รีบบึ่งมาปิดล้อมบุกเข้าค้นหาตามยุทธวิธีพร้อมอาวุธครบมือพร้อมเผชิญหน้า

โอละพ่อเจ้าของบ้านเข้าใจผิดคิดว่าโจรเข้าบ้านและติดยังอยู่ภายในบ้าน ตำรวจและอส.รีบบึ่งมาปิดล้อมบุกเข้าค้นหาตามยุทธวิธีพร้อมอาวุธครบมือพร้อมเผชิญหน้า แต่ยิ่งเรียกยิ่งเงียบกริบไม่มีเสียงตอบ ค้นทุกซอกทุกมุมก็ไม่พบ ไปๆมาๆพ่อเข้าใจผิดลูกสาวเป็นคนล๊อคประตูจากข้างในบ้านเอง
วันนี้(16ก.พ.)นี่คือภาพเหตุการณ์ขณะตำรวจสภ.หาดใหญ่ ทั้งชุดวิหค สายตรวจควนลัง และชุดนเรศวรของอส.อำเภอหาดใหญ่ เข้าปิดล้อมบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านไทยสมุทร ซอย15 เพชรเกษม ย่านชานเมืองหาดใหญ่
หลังจากได้รับแจ้งจากเจ้าของบ้านว่ามีโจรเข้าไปในบ้านและยังติดอยู่ภายในบ้าน เนื่องจากสภาพบ้านเป็นบ้านห้องแถวชั้นเดียวเข้าออกทางประตูหน้าได้ประตูเดียวเพราะข้างหลังติดกับบ้านหลังอื่น

และข้อมูลจากเจ้าของบ้านแจ้งว่ามีกระจกบานเกล็ดด้านหน้าถูกถอดออก1 บานและประตูถูกล๊อคจากด้านในรวมทั้งมีรองเท้าวางอยู่หน้าประตู1คู่ซึ่งไม่ใช่ของคนในบ้าน
ตำรวจพร้อมอาวุธประจำกายจึงปฏิบัติการตามยุทธวิธีเต็มรูปแบบในการเข้าจับกุมคนร้าย โดยเรียกอยู่หน้าประตูประมาณ3 นาที เพื่อให้คนร้ายออกมา แต่ก็ยังเงียบ จึงตัดสินใจดันมุ่งลวดไปปลดล๊อคประตูด้านใน
แล้วค่อยๆย่องเข้าไปทีละนิดทีละนิดพร้อมปลดเซฟปืนเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน และเรียกให้คนร้ายออกมามอบตัวแต่โดยดี แต่ก็ยังเงียบเหมือนเดิม และยิ่งเงียบผิดปกติเหมือนไม่มีใครอยู่ในบ้าน 

สุดท้ายเมื่อตรวจดูทุกซอกทุกมุมของบ้านก็ไม่พบใครอยู่ในบ้านหรือสิ่งผิดปกติและข้าวของในบ้านยังอยู่ครบไม่มีอะไรสูญหาย
ตำรวจจึงให้เจ้าของบ้านโทรหาลูกสาวก็ถึงบางอ้อเนื่องจากลูกสาวบอกว่าออกจากบ้านคนสุดท้ายและเป็นคนล๊อคประตูจากด้านใน ส่วนรองเท้าของเป็นของแม่ ทุกอย่างจึงจบลง โดยเจ้าของบ้านได้ขอโทษเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำให้เข้าใจผิดและเสียเวลา เนื่องจากตอนเช้าออกจากบ้านได้ล๊อคประตูข้างนอก แต่เมื่อกลับเข้ามากุญแจถูกล๊อคจากด้านในจึงคิดว่าโจรเข้าบ้าน
แต่ตำรวจก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเป็นหน้าที่หากได้รับแจ้งก็ต้องมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

https://youtu.be/Po6I7Y4DutU

ภาพ/ข่าว มณีรัตน์ แก้ววิเชียร ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา