สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชหฤทัยห่วงใยราษฎรที่ประสบความเดือดร้อนจากวาตภัยในภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชหฤทัยห่วงใยราษฎรที่ประสบความเดือดร้อนจากวาตภัยในภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชหฤทัยห่วงใยราษฎรที่ประสบความเดือดร้อนจากวาตภัยในภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ไปติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบวาตภัย พร้อมเชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ราษฎรผู้ประสบวาตภัย เมื่อวันพุธที่ 24 เมษายน 2562 เวลา 09.45 น. ที่หอประชุมเทศบาลตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ รวม 700 ชุด

เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น โดยมีนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นายอำเภอหางดง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ตลอดทั้งประชาชนร่วมกันให้การต้อนรับ

โดยองคมนตรีผู้เชิญสิ่งของพระราชทาน ถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จากนั้น ร่วมกันขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี จบแล้ว นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับและกล่าวสำนึกในพระกรุณาธิคุณ จากนั้น องคมนตรีผู้เชิญสิ่งของพระราชทานกล่าวถึงวัตถุประสงค์และเชิญพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเชิญสิ่งของพระราชทานเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชน ต่อจากนั้น องคมนตรีผู้เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบสิ่งของพระราชทานให้แก่ผู้แทนจังหวัดเชียงใหม่ นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากนั้น องคมนตรีผู้เชิญสิ่งของพระราชทานมอบสิ่งพระราชทานแก่ผู้ประสบวาตภัยจำนวน 700 ราย ตามลำดับ

โดยการนี้ องคมนตรีผู้เชิญสิ่งของพระราชทานได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใย ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปกล่าวแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากวาตภัยอันสืบเนื่องจากในระหว่างวันที่ 20-22 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ได้รับอิทธิพลของความกดอากาศต่ำจากความร้อนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด และมีฝนฟ้าคะนอง รวมถึงมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่ด้วย ซึ่งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วาตภัยสรุปได้ว่า สร้างความเสียหายจำนวน 14 อำเภอ 40 ตำบล 174 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบ 2,653 ครัวเรือน จำนวน 20,522 คน หลังสถานการณ์ยุติลง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดหาซ่อมแซมบ้านเรือนที่อยู่อาศัย และมีหน่วยงานทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัคร จิตอาสา และหน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมกันซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนและสิ่งที่เสียหายให้กลับมามีสภาพเดิม เพื่อเป็นการช่วยเหลือราษฎรมิให้ได้รับความเดือดร้อนและคลายความเครียดวิตกกังวลหลังเกิดเหตุวาตภัยในครั้งนี้

พร้อมกันนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม พระราชทานอาหารกลางวันแก่ราษฎรที่เดินทางมารับสิ่งของพระราชทานในโอกาสนี้ด้วย

จากนั้น องคมนตรีผู้เชิญสิ่งของพระราชทาน และคณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ประสบวาตภัย ซึ่งเป็นครัวเรือนได้รับความเสียหายหนัก 2 ครัวเรือน ได้แก่ บ้านของนายสมบูรณ์ ยาบัว อายุ 69 ปี บ้านเลขที่ 170 ม.5 ต.หนองควาย อ.หางดง สมาชิกในครอบครัว 2 คน เป็นอัมพฤกษ์เดินไม่ได้ และเยี่ยมบ้านผู้ประสบวาตภัยรายที่ 2 เป็นบ้านของนางจันทรา มาลา อายุ 71 ปี บ้านเลขที่ 129 ม.5 ต.หนองควาย อ.หางดง มีสมาชิกในครอบครัว 2 คน

หลังจากนั้น นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรีผู้เชิญสิ่งของพระราชทาน เดินทางพร้อมกับคณะกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเจ้าหน้าที่ ไปติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานชาวยเหลือราษฎรและเชิญสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่ผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่อำเภอสันป่าตอง ต่อไป

%d bloggers like this: