ถนนชลประทานสาย3 ท่ายาง ทรุดตัว เกิดรอยร้าวยาวกว่า20 เมตร คาดสาเหตุมาจากชลประทานปล่อยระดับน้ำลงมาเต็มคลอง ขณะอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่งผลให้กัดเซาะ

ถนนชลประทานสาย3 ท่ายาง ทรุดตัว เกิดรอยร้าวยาวกว่า20 เมตร คาดสาเหตุมาจากชลประทานปล่อยระดับน้ำลงมาเต็มคลอง ขณะอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่งผลให้กัดเซาะ

ถนนชลประทานสาย3 ท่ายาง ทรุดตัว เกิดรอยร้าวยาวกว่า20 เมตร คาดสาเหตุมาจากชลประทานปล่อยระดับน้ำลงมาเต็มคลอง ขณะอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่งผลให้กัดเซาะ

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 24 กันยายน 2562 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากประชาชนเกิดดินทรุดตัวส่งผลให้ถนนริมคลองชลประทานสาย 3 กม.ที่ 1+700-1+800 บริเวณรอยเขตติดต่อระหว่างบ้านท่าทุ่งแฝก-บ้านท่าต้นโพธิ์ หมู่ 1 ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี จึงเดินทางเข้าสังเกตุการณ์ พร้อมด้วยนายทองใบ เพ็งสว่าง ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลท่ายาง เนื่องจากเกรงว่าประชาชนที่ใช้เส้นทางสัญจรจะได้รับอันตราย
โดยที่เกิดเหตุอยู่บริเวณสถานที่ก่อสร้งขยายคลองสาย3 ตามโครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ตรวจสอบบริเวณถนนไหล่ทางกว้าง 3เมตร ยาวประมาณ 10 เมตร เกิดทรุดตัวแตกหักลึกลงไปประมาณ 5 เมตร และที่บริเวณกลางถนนเกิดรอยแตกร้าวยาวกว่า 20 เมตร จึงรีบประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ
ต่อมานายอานนท์ พร้อมเพรียง นายอำเภอท่ายาง นายศักดิ์สิทธิ์ ครุฆเหิร ผอ.ส่วนวิศวะกรรม โครงการชลประทานที่14 และนางนฤมล กิจพ่วงสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลท่ายาง พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเดินทางมาตรวจสอบสถานที่พร้อมทั้งประเมินสถานการณ์
นายศักดิ์สิทธิ์ เผยว่า หลังทราบเรื่อง ได้มาดูสถานที่ จึงพบว่า บริเวณดังกล่าวถูกน้ำที่โครงการชลประทานเขื่อนเพชร ปล่อยลงมาจำนวนมากเพื่อให้ชาวเกษตรได้ทำนาปี และพ่องน้ำเพื่อรองรับปริมาณน้ำจากอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จนมีปริมาณที่เต็มลำคลองซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างและขยายลำคลอง ส่งผลให้ชั้นดินที่กำลังอ่อนเกิดทรุดตัว และปริมาณน้ำได้เข้ากัดเซาะริมถนนบริเวณดังกล่างเป็นวงกว้างและมีท่าทีจะกัดเซาะขยายออกไปครึ่งถนน จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัตินำดินมาถมและจะทำผนังกั้นน้ำชั่วคราวเพื่อป้องกันการกัดเซาะต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ คาดว่าจะเเล้วเสร็จอีกในไม่ช้า จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ที่ใช้เส้นทางดังกล่าวในการสัญจร ควรระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุ
ส่วนเหตุการณ์ดินสไลด์ริมถนนสายบ้านบึงกระจับซึ่งอยู่ติดกับบริเวณการก่อสร้างคลองดี9 ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านที่ใช้เป็นเส้นทางเข้าออกรวมไปถึงผู้ที่ใช้เส้นทางสัญจรไปมาเป็นอย่างมาก นายวิสูตร ขอสงวนนามสกุล ซึ่งเป็นชาวบ้านติดกับการก่อสร้าง ระบุ บริเวณด้งกล่าวมีน้ำไหลจากเหมืองลงมาจากใต้ดินอย่างฉับพลันเนื่องจากมีฝนตกติดต่อกันหลายวันทำให้ดินได้อุ้มน้ำไว้ ขณะเกิดเหตุช่วงเวลา 20.00 น.คืนวันที่ 23 กันยายน มีรถวิ่งสัญจรไปมาหลายคัน จากนั้นดินบนถนนที่อยู่ริมคลองดี9 ได้สไลด์ตัวลงมาอัดติดกับผนังกั้นน้ำคลองดี9จนพังยุบลงมาทั้งแถบ ซึ่งมีผู้สัญจรรายหนึ่งรอดการเกิดอุบัติเหตุพลัดตกไปอย่างหวุดหวิด ตนจึงนำภาพไปเผยแพร่ในกลุ่มไลน์ของคนเมืองเพชรบุรี เพื่อประชาสัมพันธ์เตือนให้พี่น้องประชาชนเพิ่มการระมัดระวังในการใช้เส้นทางพร้อมกับแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบและหาวิธีแก้ไข ซึ่งถือว่าชาวบ้านในระแวกใกล้เคียงยังโชคดีที่ขณะเกิดเหตุคลองดี9 ยังไม่ได้ปล่อยกระแสน้ำ ซึ่งหากปล่อยน้ำลงมาแล้วเกิดเหตุดินสไล้ตัวคาดว่า น้ำคงทะลักไหวเข้าบ้านเรือนประชาชนจนเกิดเหตุวุ่นวายอย่างแน่นอน
ชาวบ้านยังให้ข้อมูลอีกว่า การก่อสร้างคลองดี9 ในปัจจุบัน ส่งผลกระทบกับสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง โดยตั้งข้อสังเกตว่าการก่อสร้างผนังกั้นน้ำไม่มีสเตย์กันแรงดันดินด้านข้างเหมือนกำแพงดินทั่วไป เพราะการก่อสร้างคลองมีขนาดความยาวเสาเข็มที่ตอกไว้คงจะต้านแรงดันไม่ไหว ทำให้ระดับดินนอกกับดินก้นคลองมันต่างกัน จึงส่งผลให้ดินนอกดันจนกำแพงผนังหักพังตลอดแนว ซึ่งคาดว่าจะผิดพลาดในการออกแบบมากกว่าเทคนิคในการก่อสร้าง

กสิพล-เพชรบุรี

%d bloggers like this: