อบต.บ้านเป้า จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรส “สัญญารักสองเรา ที่บ้านเป้าแม่แตง” ส่งเสริมการท่องเที่ยว “บ้านเป้า วันเดียว เที่ยวไม่หมด”

อบต.บ้านเป้า จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรส “สัญญารักสองเรา ที่บ้านเป้าแม่แตง” ส่งเสริมการท่องเที่ยว “บ้านเป้า วันเดียว เที่ยวไม่หมด”

เมื่อวันที่ 14 ก.พ.65 ณ สวนป่าบ้านเป้า นายชัยณรงค์ นันตาสาย นายอำเภอแม่แตง เป็นประธานในพิธีจดทะเบียนสมรส “สัญญารักสองเรา ที่บ้านเป้าแม่แตง” หนึ่งในกิจกรรมของโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว อบต.บ้านเป้า “บ้านเป้า วันเดียว เที่ยวไม่หมด”
นายวิชาญ คำแก้ว นายกอบต.บ้านเป้า กล่าวว่า กิจกรรมจดทะเบียนสมรส “สัญญารักสองเรา ที่บ้านเป้าแม่แตง”ในครั้งนี้เป็นความร่วมมือของอำเภอแม่แตง ,อบต.บ้านเป้า และฝ่ายปกครองตำบลบ้านเป้า ร่วมกันจัดขึ้นท่ามกลางทุ่งดอกคอสมอสกลางดอย โดยมีฉากหลังเป็นดอยหลวงเชียงดาว และมีคู่รักเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 9 คู่ โดยคู่รักที่เป็นไฮไลต์ของงานในครั้งนี้เป็นคู่รัก…รักแรก มิเสื่อมคลายคือคู่ของนางจันทร์เพ็ญ สุขใจกับนายกำพล ชัยยา ซึ่งตายายคู่นี้เคยแต่งงานและจดทะเบียนเมื่อตอนอายุ 19 ปีแต่เคยแยกทางกันและฝ่ายชายไปมีครอบครัวใหม่ ขณะที่ฝ่ายหญิงครองตัวอยู่คนเดียว จนกระทั่งได้หวลกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งจึงได้มาจดทะเบียนสมรสกันในครั้งนี้

นายกอบต.บ้านเป้า กล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน โดยสถานที่จัดงานคือสวนป่าบ้านเป้าแห่งนี้มีนายจรัส ไชยา อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแกนพัฒนาเป็นผู้สนับสนุนสถานที่ และยังได้รับการสนับสนุนจากสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยว ปางช้างแม่แตงสนับสนุนช้าง 1 เชือกสำหรับกิจกรรมรักคุณเท่าช้าง เรือนแพภูเขาลอยน้ำ (Mountian Foat) สนับสนุนที่พัก 2 วัน 1 คืนสำหรับทุกคู่รัก รวมทั้ง ชมรมผู้ประกอบการเรือนแพเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล สนับสนุน ห้องพัก 2 วัน 1 คืน
สำหรับคู่รักทุกคู่ ,บัวขาว วิลเลจ โดย ร้อยโทสมบัติ บัญชาเมฆ สนับสนุนแพคเกจออกกำลังกายและอาหารสำหรับคู่รักทุกคู่,ศูนย์วิจัยและส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่สนับสนุนบัตรกำนัลสำหรับคู่รักทุกคู่ อุทยานแห่งชาติศรีลานนา (สถานที่สำหรับทำกิจกรรมปล่อยปลา) ประมงอำเภอแม่แตง (ปลาสำหรับปล่อย จำนวน 10 ถุง) และชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลบ้านเป้า สนับสนุนอาหารสำหรับช้าง

ทางด้านนายชัยณรงค์ นันตาสาย นายอำเภอแม่แตง กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพชีวิต การศึกษา เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ฯลฯ แม้ว่าประเทศไทยจะผ่านเหตุการณ์โรคระบาดและภัยธรรมชาติมานับครั้งไม่ถ้วน แต่วิกฤติการณ์ที่ประสบในครั้งนี้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสาขาเศรษฐกิจภาคบริการที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนา และเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ เป็นแหล่งสร้างรายได้อันดับต้น ๆ ของประเทศ และเป็นกลไกทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่ก่อให้เกิดการจ้างงาน การสร้างอาชีพที่หลากหลาย การหมุนเวียนของรายได้ การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น รวมถึงความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในชุมชน ท้องถิ่นและภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตินี้ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ยังให้ความเชื่อมั่นอยากเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยคำนึงถึงมาตรการความปลอดภัย การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ การท่องเที่ยวในท้องถิ่น และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติมากขึ้น ดังนั้น รัฐบาลและจังหวัดเชียงใหม่ จึงมีนโยบายเร่งด่วนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19)

สำหรับโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (บ้านเป้า วันเดียว เที่ยวไม่หมด) จึงเป็นกิจกรรมที่ดีที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ มีการจัดงานตั้งแต่ 10 ก.พ. – 10 มี.ค.64 เพราะสถานที่ท่องเที่ยวในตำบลบ้านเป้าสามารถเดินทางเชื่อมโยงกันได้ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม “ชีวิตเรียบง่ายสไตล์คุณโจน (กิจกรรมการทำเกษตรอินทรีย์ ผลิตภัณฑ์ออแกนิกส์)ณ Pun Pun Organic Farm กิจกรรม “อยากแข็งแรงให้ไปหาพี่บัว อยากมีครอบครัวให้มาหาเรา” (กิจกรรมเรียนรู้ศิลปะมวยไทย การทำนา ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์) ณ ไร่บัวขาว วิลเลจ, กิจกรรม “ปล่อยปลา ดูนก ชมพระอาทิตย์ตกที่สันเขื่อน” (กิจกรรมปล่อยสัตว์น้ำ ถ่ายภาพ)ณ อุทยานแห่งชาติศรีลานนา, กิจกรรม ” นอนแพ กระโดดน้ำ ท่ามกลางขุนเขา” (กิจกรรมการรับประทานอาหารพร้อมที่พัก) ณ เรือนแพ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่สร้างรายได้ในชุมชน ประกอบด้วยการทำอาหารพื้นเมืองของกลุ่มสตรีแม่บ้าน,การขายอาหารพร้อมที่พักของกลุ่มผู้ประกอบการการท่องเที่ยวในตำบล ซึ่งจะช่วยกระตุ้นและทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนสู่ชุมชนพื้นที่อีกด้วย.

ทรงวุฒิ ทับทอง

%d bloggers like this: