“สุวัจน์” บุกลำพูน เปิดศูนย์ประสานงาน “พรรคชาติพัฒนา เขต 1 ลำพูน” ยันไม่ขัดแย้ง พร้อมช่วยลูกพรรคหาเสียง


“สุวัจน์” บุกลำพูน เปิดศูนย์ประสานงาน “พรรคชาติพัฒนา เขต 1 ลำพูน” ยันไม่ขัดแย้ง พร้อมช่วยลูกพรรคหาเสียง

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ บุกลำพูน เปิดศูนย์ประสานงาน”พรรคชาติพัฒนา เขต 1 ลำพูน” เดินทางเปิดศูนย์ประสานงาน “พรรคชาติพัฒนา เขต 1 ลำพูน” และช่วยผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติพัฒนา เขต 1 ลำพูนในการหาเสียง ประกาศพรรคไม่ขัดแย้ง พร้อมเล่นการเมืองในสภา ย้ำการเมืองต้องไม่เป็นอุปสรรคพัฒนาประเทศ

วันนี้ (21 มี.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.30 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ลงพื้นที่ ศูนย์ประสานงาน”พรรคชาติพัฒนา เขต 1 ลำพูน” ตั้งอยู่ เลขที่ 7 หมู่ที่ 4 ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เพื่อช่วยทนายโสภิศ อินทสโร ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 ลำพูน หาเสียง โดยบรรยากาศการหาเสียงเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น มีทั้งผู้นำชนเผ่ายอง มอน เป็นต้น มาให้กำลังใจ และยังมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มเกษตรกร ชาวสวน ชาวนา มาร่วมให้การต้อนรับ และยังร่วมสนับสนุนการขยายเส้นทางคมนาคมการท่องเที่ยว และสุดท้ายยังได้เดินทางไปกราบขอพรองค์เจ้าแม่จามเทวี ลงพบปะชาวลำพูนในตลาดสดหนองดอกอีกด้วย และพบปะชาวลำพูนบนรถแห่รอบเมืองลำพูน

นายสุวัจน์ กล่าวปราศรัยว่า ตนเชื่อมั่นว่าหลังเลือกตั้งเมื่อไหร่ คนไทย ประเทศไทย มั่นใจได้ว่าเศรษฐกิจไทยดีแน่นอน เพราะการเลือกตั้งจะสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนให้กลับมาลงทุน นักท่องเที่ยวจะมากขึ้น วันนี้พรรคชาติพัฒนาต้องการให้ประเทศไทยมีความสามัคคี อยากเห็นทุกกลุ่มทกฝ่ายพูดคุยลดความขัดแย้ง ทำเพื่อประเทศไทย และเชื่อว่า 24 มีนาคมนี้ จะเป็นประวัติศาสตร์ของการเลือกตั้งที่คนไทยจะไปลงเลือกตั้งมากที่สุด ทั้งนี้ จุดยืนพรรคชาติพัฒนาที่ย้ำมาโดยตลอด คือไม่ขัดแย้ง ชาติพัฒนา No Problem เราเล่นการเมืองไม่มีปัญหา และเราเคารพเสียงประชาชน ยอมรับผลการเลือกตั้ง พร้อมเล่นการเมืองในสภา รู้แพ้ รู้ชนะ ขอการเมืองให้นิ่ง การเมืองต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ
ทั้งนี้ทนายโสภิศ อินทสโร ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 ลำพูน ยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าตนเองพร้อมรับใช้พี่น้องประชา ในเขตพื้นที่ลำพูน เป็นตัวแทนพ่อแม่พี่น้องชาวลำพูนเข้าไปในสภาเพื่อทำให้คนลำพูน อยู่ดี กินดี พัฒนาเมืองลำพูนในด้านต่างๆ


…………………
ภาพ/ข่าว กฤตยชญ์ พิงคะสัน ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน