สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 5 (ปปท.) พร้อมด้วย DSI ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบ หลังพบมีกลุ่มนายทุนบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสะเมิง เตรียมปรับพื้นที่สร้างที่อยู่อาศัย โดยจุดดังกล่าวอยู่ห่างจากโรงพักและอำเภอสะเมิงไม่ถึง 300 เมตร


สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 5 (ปปท.) พร้อมด้วย DSI ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบ หลังพบมีกลุ่มนายทุนบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสะเมิง เตรียมปรับพื้นที่สร้างที่อยู่อาศัย โดยจุดดังกล่าวอยู่ห่างจากโรงพักและอำเภอสะเมิงไม่ถึง 300 เมตร

ด้วยคลินิกส่งเสริมธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 5 ได้รับการร้องเรียนจากเครือข่ายภาคประชาสังคม สำนักงาน ป.ป.ท. เขต 5 ว่า มีบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ได้บุกรุกเข้าแผ้วถางพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสะเมิง เพื่อเข้าแย่งการครอบครองพื้นที่ บ้านหัวดง หมู่ที่ 10 ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ทำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อนและทำให้ทางราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ตามความในมาตรา 58/2 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2551

พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้มอบหมายให้ นายกฤษณ์ กระแสเวส ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 5 เข้าดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว โดยได้มอบหมายให้ นายชิตชนก ชุมพล หัวหน้าคลินิกส่งเสริมธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต ป.ป.ท.เขต 5 ดำเนินการตรวจสอบและประสานการตรวจสอบร่วมกับนายชัยณรงค์ นันตาสาย นายอำเภอสะเมิง, เทศบาลตำบลสะเมิงใต้, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่, กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI พร้อมหน่วยงานของกรมป่าไม้

ซึ่งจากการลงพื้นที่เข้าตรวจสอบยังจุดที่ได้รับร้องเรียนพบว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ด้านหลังสถานีตำรวจภูธรสะเมิงและที่ว่าการอำเภอสะเมิงไม่ถึง 300 เมตร โดยมีการปรับพื้นที่ตัดต้นไม้ใหญ่สร้างทางขึ้นไปบนเขาที่ลาดชัน เพื่อเตรียมสร้างเป็นที่อยู่อาศัยในพื้นที่เกือบ 10 ไร่ นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังพบว่า มีการเจาะท่อน้ำบาดาล และวางเสาปูนสำหรับสร้างที่พักอาศัยแล้ว แต่ไม่พบคนงานก่อสร้าง ซึ่งกลุ่มคนงานทราบว่าจะมีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่จึงได้หลบหนีไป รวมทั้งรถแบ็คโฮที่ใช้ในการปรับสภาพพื้นที่ โดยชาวบ้านด้านล่างเกรงว่า เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก อาจทำให้ดินถล่มหรือดินสไลด์บ้านเรือนด้านล่างจะได้รับความเสียหาย

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้เข้าตรวจสอบพิกัดของพื้นที่ ที่ได้รับการร้องเรียนพบว่า เป็นพื้นที่คาบเกี่ยวกับเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสะเมิงจริง ซึ่งจะต้องนำพิกัดและภาพถ่ายดาวเทียมไปตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อระบุพื้นที่บุกรุกป่าให้ชัดเจนอีกครั้ง โดยจะทำการติดป้ายตรวจยึด และส่งข้อมูลไปยังสำนักจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากนั้นจะได้ฟันธงว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง หรือไม่อย่างไรภายใน 60 วัน และสืบหาผู้ประทำผิดมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป.