แถลงข่าว

รองผบ.ตร. ลงพื้นที่ ภ.5 ติดตามผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมและยาเสพติดผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น

รองผบ.ตร. ลงพื้นที่ ภ.5 ติดตามผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมและยาเสพติดผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น

ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และ รัฐบาล โดย ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีนโยบายในการแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น โดยได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 234/2558 ลงวันที่ 29 ต.ค.58 กำหนดให้มีการแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นที่มีพฤติการณ์เป็นผู้กระทำความผิด 16 มูลฐานความผิด และ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 13/2559 ลงวันที่ 29 มี.ค.59 เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศนั้น

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง เป็นผู้ควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติ ได้กำชับให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวน ปราบปราม จับกุม บุคคลที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ จึงได้มีคำสั่งให้ทุกหน่วย ระดมกวาดล้างจับกุมบุคคลตามหมายจับค้างเก่า, จับกุมการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และ ระดมกวาดล้างจับกุมบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรและอยู่เกินกำหนดที่ได้รับอนุญาต (Over stay) ตั้งแต่
8 ต.ค.61 ถึง 31 ม.ค.62 ตามวิทยุ ศปก.ตร. ด่วนที่สุด ที่ 0051/60 ลงวันที่ 8 ต.ค.61

 

วันที่ 31 ต.ค.61 เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รรท.จตร., พล.ต.ต.จำนงค์ รัตนกุล, พล.ต.ต.สมสง่า ชรินทร์, พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.อนุศักดิ์ โกมลศาสตร์ รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รอง ผบช.ส., พล.ต.ต. ชาติชาย เอี่ยมแสง รรท.รอง ผบช. สพฐ.ตร. และคณะ พร้อม ผบก.ในพื้นที่ ได้เดินทางมาที่ ภ.5 เพื่อตรวจติดตามความคืบหน้าของการระดมกวาดล้างอาชญากรรมภายในพื้นที่รับผิดชอบของ ภ.5, ตชด.ภาค 3, บก.ตม.5, บก.ทท.2 และ กก.5 บก.ทล. โดยมีผลการปฏิบัติดังนี้ ดังนี้

คดีอาญาทั่วไป จับกุม 1,204 คดี, ผู้ต้องหา 1,249 คน คดีค้างเก่า จับกุม 50 คดี, ผู้ต้องหา 50 คน คดีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด จับกุม 145 คดี, ผู้ต้องหา 123 คน, ตรวจยึดของกลาง อาวุธปืน 195 กระบอก โดยเป็นอาวุธปืนที่ใช้ในสงคราม 5 กระบอก (M16 จำนวน 2 กระบอก, AK47 (อาก้า) จำนวน 1 กระบอก, M79 จำนวน 2 กระบอก) และ ลำกล้องอาวุธปืน M16 จำนวน 20 อัน

คดียาเสพติด จับกุม 814 คดี, ผู้ต้องหา 826 คน ของกลาง ยาบ้า 33,153,123 เม็ด เฮโรอีน 101,028.15 กรัม ไอซ์ 22.88 กรัม กัญชา 220.35 กรัม ฝิ่น 1,204.41 กรัม

ดำเนินการกับบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Over stay) จำนวน 461 คน แบ่งเป็น ดำเนินการจับกุม 93 คน และ เปรียบเทียบปรับ 368 คน โดยผู้ที่ถูกจับกุมส่วนใหญ่ (ประมาณ 60%) เป็นสัญชาติเมียนมา นำส่งพนักงานสอบสวนท้องที่ดำเนินคดีต่อไป.

 

 

ทรงวุฒิ ทับทอง รายงาน