ตำรวจร้อยเอ็ดเจ๋งจับหมอสวดมือถือสากปากถือศีลฉกเงิน 1.3 ล้านบาทรีบซื้อทองใช้หนี้เหตุนำจับได้เหลือเงิน1.1ล้านเศษ

ตำรวจร้อยเอ็ดเจ๋งจับหมอสวดมือถือสากปากถือศีลฉกเงิน 1.3 ล้านบาทรีบซื้อทองใช้หนี้เหตุนำจับได้เหลือเงิน1.1ล้านเศษ

เวลา 17.30 น.วันที่ 1 ธ.ค.61 พ.ต.ท.ไพรรัตน์ บุปผา รอง ผกก.(สืบสวน) สภ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วย พ.ต.ท.บุญสืบ ไชยน้ำอ้อม สว.(สืบสวน) ร.ต.อ.ปฏิพัฒน์ เสนาะพิณ รอง สว.(สืบสวน) ด.ต.ฐิตินันท์ สิงห์พันธ์ ผบ.หมู่ สส.,ด.ต.ฉัตรชัย ศรฉัตรารักษ์ ผล.หมู่ สส.,ส.ต.ท.สุวัฒน์ โพธิกะ ผบ.หมู่ สส.สภ.เมืองร้อยเอ็ด ร่วมกันจับกุม นายอดิศักดิ์ จันทร์กำจร หรือ มหาออด อายุ 59 ปี บ้านอยู่ถนนเทวาภิบาล ซอย 3 ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด พร้อมเงินของกลาง จำนวน 1,109,480 บาท ให้ ร.ต.อ.กริน จันวิภาค รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองร้อยเอ็ด ดำเนินคดีลักทรัพย์เวลากลางคืน

 

จากการสอบสวน นายอดิศักดิ์ จันทร์กำจร ให้การรับสารภาพ เหตุจาก เวลา 22.30 น.วันที่ 29 พ.ย.ทีผ่านมา ร.ต.อ.กริน จันทวิภาค รับแจ้งจาก นายสุเมธ อำนวย อายุ 35 ปี เจ้าของธุรกิจการผลิตเครื่องนวด อยู่บ้านเลขที่ 987/14 หมู่บ้านนาราคัทเตอร์ แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. ว่า ตนและภรรยาคือ นางอุไรพร อำนวย อายุ 33 ปี ออกจากร้านข้าวต้มคนเห็น สาขา 2 มาที่รถฝั่งตรงข้ามที่จอดไว้ เป็นรถรแถเก๋งแบบตรวจการ โตโยต้า ฟอจูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน 5 กว 5454 กรุงเทพมหานคร เมื่อเปิดเข้าไปต้องตกใจเพราะหากระเป๋าเงินไม่เจอ ที่วางไว้ที่เบาะพิงหลังข้างเบาะคนขับ ซึ่งเป็นกระเป๋าผ้าสีดำ แบบกีฬา ภายในมีเงินจำนวน 1,300,000 บาท (1.3 ล้านบาท) ซึ่งเป็นเงินจะนำมาจ่ายค่าซื้อที่ดินขนาด 12 ไร่ 1 งาน 75 ตารางวา ให้ น.ส.บัวเลียน แม่ของนายสุเมธ ที่บ้านเม้า หมู่ 7 ต.สระคู อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด
ทันทีที่ พ.ต.ท.ไพรรัตน์ บุปผา รอง ผกก.(สืบสวน) ทราบเหตุ จึงพร้อมตำรวจชุดสืบสวน”สุรสีห์” ออกสืบสวนหาคนร้ายรายนี้ ซึ่งเป็นคดีแรกที่มีเงินภายในรถยนต์ถูกลักจำนวนมากที่สุดครั้งแรกในท้องที่ของ อ.เมืองร้อยเอ็ด ขณะเดียวกันนายสุเมธ พร้อมเพื่อนที่ จ.ร้อยเอ็ด ได้ออกสืบสวนหาคนร้ายเช่นเดียวกัน ทำให้การสืบสวน 2 ทาง ได้ทราบว่า ผู้ต้องสงสัย ซึ่งเคยมีประวัติหาดูรถยนต์ที่จอดตามขอบถนนสายต่าง ๆ ในเวลากลางคืน ที่ลืมล็อคประตูรถ แล้วลักทรัพย์ในรถยนต์ คือ นายอดิศักดิ์ฯ ซึ่งเบื้องหน้าทำตัวเป็นพิธีกรนำชาวบ้านสวดมนต์ไหว้พระตามวัดต่าง ๆ ใน จ.ร้อยเอ็ด

 

ดังนั้น ตั้งแต่ตอนเช้าของวันที่ 1 ธันวาคม 61 ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด และนายสุเมธ เจ้าของเงิน 1.3 ล้านบาท จึงพากันตามหานายอดิศักดิ์ ปรากฏว่า ไม่อยู่บ้าน กระทั่งเวลา 15 น.วันเดียวกันนี้ ตำรวจชุดสืบสวนจึงทราบว่า นายอดิศักดิ์กำลังขี่จักรยานยนต์กลับจาก จ.กาฬสินธุ์ ผ่านมาที่หน้าห้างบิ๊กซี สาขา จ.ร้อยเอ็ด ที่บ้านหนองนาสร้าง ต.เหนือเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด จึงดักพบแล้วค้นตัวนายอดิศักดิ์ พบเงินจำนวน 1 หมื่นบาทเศษอยู่ในกระเป๋ากางเกง ต่อจากนั้นตำรวจชุดสืบสวนพานายอดิศักดิ์ไปที่บ้านของตนเอง อยู่ในซอย 3 ถนนเทวาภิบาล อ.เมืองร้อยเอ็ด
ซึ่งเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ตำรวจชุดสืบสวนจึงเข้าค้นภายในบ้าน ตำรวจจึงพบกระเป๋าหนังเทียมสีน้ำตาล ซ่อนไว้ในแผ่นฝ้าห้องที่ชั้นหนึ่งของบ้าน เอาออกมาเปิดดู ภายในมีธนบัตรใบละ 1,000 บาทจำนวนหลายพับ นับดู ได้จำนวน 1,109,480 บาท
ในตอนแรกนายอดิศักดิ์ ปฏิเสธว่า เป็นเงินของตนเอง แต่เมื่อตำรวจถามถึงการได้มาของเงินนายอดิศักดิ์ไม่สามารถตอบได้ ตำรวจ สภ.เมืองร้อยเอ็ด จึงจับนายอดิศักดิ์ดำเนินคดีลักทรัพย์เวลากลางคืน ต่อมานายอดิศักดิ์ให้การรับสารภาพ ว่า ในคืนเกิดเหตุ ได้ขี่จักรยานยนต์ตระเวนหาเหยื่อไปตามถนนสายต่างในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เมื่อถึงหน้าร้านข้าวต้นคนเห็นสาขา 2 จึงเห็นรถของแบบตรวจการ สีขาว เด่นกว่าทุกคัน และจอดที่ขอบถนนด้านมีแสงสว่างน้อยมาก จึงจอดจักรยานยนต์ลงไปจับประตูรถ เห็นว่าไม่ล็อค จึงเปิดดูพบกระเป๋าภายในมีเงินจำนวนมาก แล้วลักเอาไปซ่อนไวในบ้าน
กระทั่งถึงวันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมา จึงนำเงินไปชำระค่าผ่อนส่งจักรยานยนต์ที่ร้านในตลาดเมืองร้อยเอ็ด ที่เหลืออยู่ทั้งหมดจำนวน 27,000 บาท ต่อจากนั้นนำไปซื้อแหวนทองคำหนัก 1 บาท ที่ร้านขายทองคำในตลาดร้อยเอ็ด จำนวน 1 วง เป็นเงินจำนวน 20,500 บาท นำไปชำระเงินกู้รายวันเจ้าแรก เป็นเงินจำนวน 10,000 บาท 

เจ้าที่สองเป็นเงินจำนวน 8,000 บาท จับจ่ายค่านำมันจักรยานยนต์ในการเดินทางไประบายอารมณ์ที่ จ.มหาสารคาม แล้วต่อไป จ.กาฬสินธุ์ ก่อนหลับ จ.ร้อยเอ็ด และจิปาถะเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท และทำบุญเป็นเงิน 500 บาท โดยนายอดิศักดิ์ไม่ยอมบอกว่าทำที่วัดใด
ขณะเดียวกันนายสุเมธ เจ้าของเงิน 1.3 ล้านบาท เปิดเผยว่า จำได้ว่าล็อครถโดยระบบรีโมท เพราะเป็นเวลากลางคืน แต่การล็อคอาจอยู่ในช่วงเดียวกันที่นางอุไรพร เมียกำลังเปิดประตูรถเพื่อเก็บกระเป๋าเงินเสร็จก่อนปิดแล้วเดินตามหลังตนมาร้านขายข้าวต้ม อาจเป็นเหตุให้การล็อครถไม่สมบูรณ์ ถึงอย่างไรก็ตาม ต้องขอชมเชยความสามารถของตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด และผู้ชี้ช่องทาง ที่ทำงานแล้วได้เงินคืนมาในเวลารวดเร็ว
ขณะที่นายอุไรพร กล่าวว่า ดีใจมากที่ได้เงินคืน และขอยกย่องฝีมือการทำงานของตำรวจ สภ.เมืองร้อยเอ็ด.ยอดเยี่ยม รวดเร็ว
—///—สมนึก บุญศรี/ร้อยเอ็ด/ข่าว-
ฉลาด สุ่มมาตย์/ภาพ-