Uncategorized

เพชรบุรี – หนึ่งในผู้ต้องหา ลักลอบ ฆ่าสัตว์ป่า ในศูนย์เลี้ยงสัตว์ มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าเขาลูกช้าง ดอดเข้ามอบตัว แต่รับสารภาพเพียง ลงมือฆ่าหมูป่าเท่านั้น

เพชรบุรี – หนึ่งในผู้ต้องหา ลักลอบ ฆ่าสัตว์ป่า ในศูนย์เลี้ยงสัตว์ มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าเขาลูกช้าง ดอดเข้ามอบตัว แต่รับสารภาพเพียง ลงมือฆ่าหมูป่าเท่านั้น ส่วนกรณียิงเก้งและกว้าง ยืนยันไม่มีเกี่ยวข้อง ด้าน เอ้ดวิ่น วีค เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าฯพอใจการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจ เตรียมมอบเงิน2หมื่นบาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจกับเจ้าหน้าที่


เมื่อเวลา11.00น.วันที่ 23ตุลาคม 2561 พ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พ.ต.อ.สมเดช ฐิตวัฒนะสกุล รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภีมพล ศรุตานันทะ ผกก.สภ.ท่าไม้รวก ,นายเอ็ดวิน วีค เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าเขาลูกช้าง และนายโมธี ฉิมงาม สัตวแพทย์ประจำมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า ร่วมกันแถลงข่าวพร้อมนำตัวผู้ต้องหาเดินทางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพภายในพื้นที่ดูแลสัตว์ของมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า สำหรับผู้ต้องหารายนี้คือ นายประสิทธิ์ หรือ บาส พูลสมบัติ อายุ19 ปี อยุ่บ้านเลขที่ 38 หมู่6ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่ก่อเหตุเข้าไปฆ่าและโขมยหมู่ป่าภายในศูนย์เลี้ยงสัตว์ป่าของมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าเขาลูกช้าง เลขที่108 ม6 ต.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี พร้อมนำหลักฐานของกลางเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ตอนครึ่งหมายเลขทะเบียน บธ 9131 เพชรบุรี 1คัน ซากเนื้อหมูป่าจำนวนเกือบ 4กิโลกรัม อาวุธปืนลูกซองยาว จำนวน1กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนชนิดเดียวกันจำนวน2นัด ขวานด้ามเหล็ก1เล่ม พร้อมด้วยลวดสลิงขนาดเล็กที่ใช่เป็นบ่วงดักจำนวน1เส้น และไฟฉายคาดศรีษะ1อัน


พ.ต.อ.เทียนชัย เปิดเผยว่า หลังจากนางจันทร์แสง สร้างนานอก ประธานมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าเขาลูกช้าง เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.ชิ้น ช่อมาลี ร้อยเวรสอบสวน สภ.ท่าไม้รวก ว่า มีบุคคลภายนอกเข้ามายิงเก้งเพศเมีย อายุประมาณ3ปี กวางเพศผู้อายุประมาณ3ปี และจากการตรวจนับพบว่าจำนวนหมูป่าที่มีน้ำหนักประมาณ150 กก จำนวน1 ตัวได้หายไป ส่วนเก้งและกวางดังกล่าวได้ตายอยู่ภายในศูนย์ หลังเข้าแจ้งความร้องทุกข์แล้ว ต่อมา นายเอ็ดวิน วีค เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าได้ประกาศให้เงินรางวัลจำนวน2หมื่นบาท ผ่านโซเซี่ยล กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ท่าไม้รวกได้ออกติดตามสืบสวนหาข่าว จนทราบกลุ่มผู้กระทำผิดมีด้วยกัน3คน และมีการเข้ามอบตัวจำนวน1คน คือนายประสิทธิ์ ส่วนอีก2คนล่าสุดเจ้าหน้าที่ทราบชื่อแล้วคือนายวาฑิตย์ กำมะหยี่ อายุ32ปี ชาวตำบลท่าไม้รวก และนายวิชัย ทองสุข อายุ93ปีชาวอำเภอแก่งกระจาน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี

 


โดยในส่วนของนายประสิทธิ์ ที่ได้ตัดสินใจให้ญาติที่เป็นอดีตตำรวจพาเข้ามอบตัวเมื่อเวลา16.00นของวันที่22ตุลาคม 2561 โดย สารภาพว่า วันเกิดเหตุช่วงคืนวันที่18ตุลาคม ที่ผ่านมา ตนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สภาพเก่า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ออกมาจากบ้านห้วยไผ่ ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน แล้วมาจอดตรงป่าละเมาะด้านหลังสนามกีฬาบ้านเขาลูกช้างซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดเขาลูกช้าง เพื่อเข้าไปหาเห็ด โดยได้พกขวานเหล็กและบ่วงดักเข้าไปด้วย กระทั่งเดินทางมาถึงรั้วเหล็กด้านหลังสุดของศูนย์ที่กั้นไม่ให้สัตว์เล็ดลอดออกมา แต่ขณะนั้นรั้วเหล็กมีรอยชำรุด ตนจึงแหวกเข้าไป แล้วนำบ่วงดักหมู กระทั่งต่อมาหมูป่าน้ำหนักประมาณ150กิโลกรัม ได้เดินมาติดบ่วงและกำลังดิ้นรน ตนจึงใช้สันขวานเหล็กตีจนหมูตาย จากนั้นได้ลากร่างหมูออกมาจากรั้วเพื่อจะนำไปขึ้นรถจักรยานยนต์ ที่จอดอยู่ห่างจากรั้วประมาณ150 เมตร แต่ตนไม่สามารถนำหมูขึ้นรถได้เนื่องจากหมูป่ามีน้ำหนักหลายกิโลกร้ม ตนจึงวางหมูทิ้งไว้ จากนั้นได้ขับขี่รถ จยย กลับบ้านแล้วเปลี่ยนเป็นขับรถกระบะมาบรรทุกหมูเพื่อนำกลับบ้าน โดยมีนายวาฑิตและนายวิชัย ร่วมกันชำแหละจากนั้นช่วยกันนำไปขายให้กับเพื่อนบ้าน และต้มกินกระทั่งต่อมาตนทราบจากชาวบ้านว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามผู้ลงมือก่อเหตุยิงสัตว์ป่าภายในศูนย์ ตนจึงสำนึกผิดจึงได้ปรึกษาญาตที่เป็นอดีตตำรวจ ให้พาเข้ามอบตัว จากนั้นได้นำเจ้าหน้าที่ไปตรวจค้นภายในบ้านพักเลขที่ดังกล่าว พบอาวุธปืนลูกซองพร้อมเครื่องกระสุนปืนและซากหมูป่า พร้อมด้วยกระดูกและเครื่องในที่ต้มสุกแล้วแย่อยุ่ในตู้เย็น แต่นายประสิทธิ์ อ้างว่า ตนไม่ได้ใช้อาวุธปืนเข้าไปยิงเก้งและกวางภายในศูนย์อย่างแน่นอน ส่วนการฆ่าและนำหมูป่าออกมานั้นตนขอยอมรับ เบื้องต้นนายประสิทธิ์ ถุกแจ้งข้อหา บุกรุก ลักทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
ด้านนายเอ็ดวิ่น เปิดเผยว่า ตนต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าไม้รวก ที่ติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดในครั้งนี้เพียง3วัน เเละตนต้องขออภัยที่ก่อนหน้านี้ ตนได้โพสขัอความตำหนิการทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ด้วยความไม่เข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ส่วนเงินรางวัลที่ตนเคยโพสลงโซเซียลว่า หากท่านใดให้ข้อมูลหรือแจ้งเบาะเเสของคนร้ายที่เข้าไปก่อเหตุจนนำไปสู่การจับกุม ตนจะมีรางวัลให้ จำนวน2หมื่นบาท ตนยังมีเจตนามอบให้เหมือนเดิม โดยจะมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อนำไปใช้กับกิจกรรมของเจ้าหน้าที่และเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจต่อไป


กสิพล ศิริลาภ-เพชรบุรี