เปิดปฏิบัติการทวงคืนวัดหลวงพ่อเงินบางคลานตำรวจ-ทหาร-ปกครองนำกำลังนับร้อยบุกตัดกุญแจเข้าตรวจนับเงินบริจาคและทรัพย์สินมูลค่าหลายสิบล้านบาท


เปิดปฏิบัติการทวงคืนวัดหลวงพ่อเงินบางคลานตำรวจ-ทหาร-ปกครองนำกำลังนับร้อยบุกตัดกุญแจเข้าตรวจนับเงินบริจาคและทรัพย์สินมูลค่าหลายสิบล้านบาทวันที่ 23 ก.ค. 2561 นายวิศิษฐ์ เบญจพิทักษ์กุล นายอำเภอโพทะเล จ.พิจิตร นายประพันธ์ ตั้นวัฒนา ผู้ตรวจราชการ สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วย นายกิจชัย บุญปู่ ทนายความ ได้เป็นผู้นำตำรวจ-ทหาร-ปกครอง เกือบ 100 คน เข้าปฏิบัติการทวงคืนวัดหิรัญญาราม หรือ วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน หลังจากที่มีปัญหายืดเยื้อมาเกือบ 4 ปีเต็ม เป็นคดีฟ้องร้องในศาลทั้งคดีแพ่ง-คดีอาญา – ศาลปกครองทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อปี พ.ศ.2557 มติคณะสงฆ์ได้ออกคำสั่งปลดพระครูวิสิฐสีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม หรือ วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ให้พ้นจากตำแหน่งเหตุเนื่องจากประพฤติตนไม่เหมาะสมและอีกหลายสาเหตุรวมถึงเรื่องการบริหารจัดการเงินของวัดไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ จากนั้นคณะสงฆ์หรือพระผู้ใหญ่ก็ได้มอบให้ พระราชสิทธิเวที เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร เป็นผู้ดำเนินการแต่งตั้งให้ พระพิสุทธิวรากร รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลาน โดยมีสิทธิ อำนาจ หน้าที่ โดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งนับจากวันที่แต่งตั้งจนถึงวันนี้เป็นระยะเวลาเกือบ 4 ปี รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลาน คือ พระพิสุทธิวรากร ไม่สามารถเข้าวัดเพื่อปฏิบัติกิจของสงฆ์ หรือ ปฏิบัติหน้าที่รักษาการเจ้าอาวาสได้ เนื่องจากอดีตเจ้าอาวาสดื้อแพ่งไม่ยอมส่งมอบอำนาจ หน้าที่ ทรัพย์สิน ให้กับรักษาการเจ้าอาวาสที่พระผู้ใหญ่แต่งตั้งให้รับตำแหน่ง โดยชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งยังมีกลุ่มอิทธิพลที่เป็นผู้เคยมีผลประโยชน์ภายในวัดบางคลานในเรื่องการก่อสร้าง ในเรื่องจำหน่ายวัตถุมงคล รวมถึงเรื่องการเงินของวัด รวมกลุ่มกันคัดค้าน ต่อต้านไม่ให้รักษาการเจ้าอาวาสเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้ รวมถึงมีคดีฟ้องร้องขึ้นโรงพัก ขึ้นศาลยุติธรรม ในหลายคดีสร้างความเอือมระอาให้กับพุทธสาสนิกชน รวมถึงผู้ที่ศรัทธาหลวงพ่อเงินต่างหันหลังให้วัดหิรัญญาราม หรือวัดบางคลานแล้วไปท่องเที่ยวที่วัดอื่นๆที่มีรูปปั้นหรือรูปหล่อของหลวงพ่อเงินประดิษฐานอยู่ แต่ความศรัทธาในหลวงพ่อเงินของชาวไทยและผู้ที่นับถือศาสนาพุทธจากทั่วโลกกลับไม่ได้ลดลง แต่ทุกฝ่ายต่างเบื่อปัญหาความแตกแยกและการทะเลาะเบาะแว้ง ขัดแย้งแย่งชิงผลประโยชน์ภายในวัดที่เป็นเรื่องต่างๆในข้างต้น

 

เมื่อต่างฝ่ายต่างฟ้องร้องสู้ฟัดกันในชั้นศาลจนเหนื่อยล้า ล่าสุด ก็มีรายงานกระบวนพิจารณาคดีหมายเลขดำที่ พ 765/2560 ศาลจังหวัดพิจิตรที่ลงวันที่ 17 ก.ค. 2561 ความแพ่งวัดหิรัญญารามกับพวก 2 คน ( รักษาการเจ้าอาวาสและกรรมการวัด) เป็นโจทก์ กับ นายนัส หรือ มนัส ด้วงแก้ว กับพวกรวม 8 คน ที่ตกเป็นจำเลยเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ศาลไกล่เกลี่ยคู่ความทั้งสองฝ่ายจนคดีสามารถตกลงกันได้ ว่าฝ่ายจำเลยตกลงยอมให้โดยไม่ขัดขวางการดำเนินการของโจทก์ในการที่จะเปิดตู้บริจาคตรวจนับวัตถุมงคลและกิจอื่นๆตามอำนาจหน้าที่ของรักษาการเจ้าอาวาสที่พึงกระทำได้ โดยตกลงกันว่าเวลา 10.00 น.ของวันนี้ 23 ก.ค. 2561 ทั้งสองฝ่ายจะปฏิบัติตามข้อตกลงศาลไกล่เกลี่ยคู่ความ
ดังนั้นกำลัง 3 ฝ่ายทหาร-ตำรวจ-ฝ่ายปกครอง นับร้อยคนจึงเป็นผู้นำ พระพิสุทธิวรากร รักษาการเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม หรือ วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน เพื่อเข้าไปในวัด เพื่อที่จะเข้าไปที่วิหารหลวงพ่อเงินแต่ปรากฏว่า เมื่อไปถึงพบว่ามีชาวบ้านจำนวนนับ 100 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและคนแก่ อีกทั้งเป็นคนทั้งในและนอกพื้นที่มาคอยขัดขวางตะโกนโห่ร้องใช้ถ้อยคำหยาบคายต่างๆนานาเพื่อที่จะขัดขวางไม่ให้ พระพิสุทธิวรากร รักษาการเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม หรือ วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน เข้าไปในวิหารหลวงพ่อเงิน ซึ่งมีตู้บริจาคอยู่มากถึง 19 ตู้ ซึ่งถูกล็อคกุญแจอย่างแน่นหนา อีกทั้งประตูทางเข้าวิหารหลวงพ่อเงินก็ถูใส่กุญแจหลายชั้น ถึงแม้คู่กรณีที่เป็นจำเลยจะมอบกุญแจให้ แต่ก็ไม่สามารถไขกุญแจได้ ดังนั้นตัวแทนของรักษาการเจ้าอาวาสจึงขอใช้สิทธิตามกฎหมายใช้เครื่องตัดกุญแจ จนในที่สุดก็สามารถเข้ามาในวิหารหลวงพ่อเงินได้ จากนั้นก็ทำการตัดกุญแจบางดอกและเปิดตู้บริจาคทั้ง 19 ตู้ ทยอยให้นักศึกษาจากวิทยาลัยชุมชนพิจิตรจำนวนเกือบ 100 คน ให้ช่วยกันคัดแยกชนิดของเงินและให้ช่วยกันนับ ซึ่งคาดว่าเงิ

 

นในตู้บริจาคน่าจะมีจำนวนเงินนับล้านบาท ล่าสุดมีรายงานว่าจำนวนตู้บริจาคภายในวัดหลวงพ่อเงินบางคลานน่าจะมีทั้งหมด 27 ตู้ ซึ่งขณะนี้นับเงินเสร็จสิ้นไปแล้ว 12 ตู้ ได้เงิน 1.7 ล้านบาทเศษ ยังคงเหลืออีก 15 ตู้ ที่จะต้องเปิดตู้รับบริจาคเพื่อจะได้ตรวจนับและนำเงินดังกล่าวไปเข้าบัญชีธนาคารของวัดหิรัญญาราม หรือ วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ที่เป็นไปตามข้อตกลงไกล่เกลี่ยคู่ความที่จะให้มีไวยาวัจกรชุดใหม่และอดีตไวยาวัจกรชุดเก่าเข้ามามีส่วนร่วมดูแลกิจการและเงินของวัดอย่างโปร่งใสต่อไป นอกจากนี้ในวันพรุ่งนี้ก็จะมีแผนปฏิบัติการทวงคืนและตรวจนับวัตถุมงคล รวมถึงตรวจดูสมุดบัญชีธนาคารอีกหลายเล่มที่มีเงินของวัดอยู่ประมาณ 50-60 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อจะได้นำเงินดังกล่าวมาทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อไปว่าในวันพรุ่งนี้แผนปฏิบัติการทวงคืนวัดหิรัญญาราม หรือ วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ที่มีกลุ่มอิทธิพลฝังรากลึกหากินกับวัดมานานจะมีการรวมตัวขัดขวาง หรือ ออกฤทธิ์ออกเดชหรือไม่
สิทธิพจน์ เกบุ้ย