Uncategorized

พะเยา รวยไปเลย!! รวมกลุ่มเลี้ยงไก่ชนสร้างรายได้เรือนแสน

พะเยา รวยไปเลย!! รวมกลุ่มเลี้ยงไก่ชนสร้างรายได้เรือนแสน

ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลสันป่าม่วง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา รวมกลุ่มเพาะเลี้ยงไก่ชน ในนามซุ้ม ส.เกรียงไกร จำหน่ายสร้างรายได้งาม สนนราคาอย่างต่ำคู่ละ 3.5 สำหรับไก่รุ่น ขณะที่ไก่ที่สามารถผ่านไปประลองสนามใหญ่ได้สนนราคาตัวละหลักหมื่นขึ้นไป

 

ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลสันป่าม่วง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ต่างช่วยกันดูแลไก่ชนที่เขาเพาะเลี้ยงไว้ ทั้งการดูแลไก่รุ่น การนำไก่ทำการฝึกซ้อม หลังพวกเขาได้รวมกลุ่มกันกว่า 10 คน ทำการเพาะเลี้ยงไก่ชนเพื่อออกจำหน่ายสร้างรายได้ โดย นายเกรียงไกร งานเชื้อ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ 3 ตำบลสันป่าม่วง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา พร้อมนายประหยัด นาวา เพื่อนร่วมกลุ่ม ระบุว่า มีความชื่นชอบและรักไก่ จึงลองเลี้ยงไก่มานานกว่า 20 ปี ซึ้งก่อนหน้านี้ก็มีอาชีพเป็นช่างมาก่อนและผันตัวเองมาเลี้ยงไก่โดยที่เลือกเลี้ยงไก่ชน สายพันธ์พม่าร้อย และ รวมตัวกับเพื่อนๆ ตั้งซุ้ม ส.เกรียงไกรขึ้นมา โดยแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบในการดูแลไก่ทุกตัวอย่างใส่ใจในรายละเอียดตั้งแต่คัดเลือกพันธ์ ลักษณะ เพาะพันธ์ การดูแลรวมถึงการให้อาหาร การเพาะพันธ์จะใช้ไก่พ่อพันธ์ 1ตัว ต่อ ตัวเมีย 2 ตัว เพราะให้ได้ลูกเจี๊ยบที่แข็งแรงมีคุณภาพ หลังจากมีการผสมพันธ์กันแล้วก็จะปล่อยออกมานอกกรงเพื่อให้หากินตามธรรมชาติเพื่อไม่ให้ไก่นั้นเกิดอาการเครียด ปัจจุบันมีไก่ที่คัดคุณภาพกว่า 200 ตัว

นอกจากนี้ยังมีการกระจายรายได้ไปยังชาวบ้านอีกด้วยโดยการนำลูกเจี๊ยบแจกให้แก่ชาวบ้านที่สนใจจะเลี้ยงไก่ หรือชาวบ้านคนไหนที่เลี้ยงอยู่แล้ว และจะรับซื้อคืนมีไก่มีอายุ 7-8 เดือน ในราคาตัวล่ะ 500 – 1000 บาท ต่อตัว ส่วนอาหารของไก่ส่วนมากจะใช้ข้าวเปลือกเป็นอาหาร จะคัดเลือกซื้อเอาข้าวของชาวบ้านโดยเฉพาะข้าวอินทรีย์มาให้ไก่เพื่อเป็นอาหาร การคัดเอาไก่ที่เพาะนั้นที่จะสามารถขายได้ในราคาดี จะต้องมีลักษณะ อกตรงไม่คด หางยาวสร้อยคอเต็ม ไม่ห่างหรือแหว่ง ร่างกายแข็งแรง กล้ามเนื้อแน่น ลักษณะแบบนี้ไก่จะตีเก่งกำลังดี ยิ่งถ้าหากลองสนาม ให้ตีกับไก่ตัวอื่น หากไก่ตัวที่ตีด้วยได้รับบาดเจ็บมาก แสดงว่า ไก่เราเป็นไก่มีคุณภาพราคาจะแพงมาก ถ้ามีลูกเจี๊ยบออกมาได้ประมาณ 1-2 เดือนก็สามารถทราบได้ว่าตัวไหนตัวผู้ หรือตัวเมีย และสามารถนำออกจำหน่ายได้ โดยราคาจะเริ่มต้นที่ คู่ล่ะ 3,500 บาท ไปจนถึง 10,000 บาทเลยทีเดียว ส่วนไก่ตัวไหนที่ตีเก่ง ร่างกายแข็งแรง ก็จะมีมูลค่านับแสนบาทเลยทีเดียว หากไก่ที่ออกมาไม่ได้ตรงตามต้องการก็จะนำไปจำหน่ายเป็นไก่เนื้อสำหรับบริโภคซึ่งก็เป็นที่ต้องการของตลาดเช่นกัน โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมาได้นำไก่ในซุ้มเข้าประเดิมการแข่งขัน ได้รับรางวัลชนะเลิศ อันดับหนึ่ง พร้อมเงินรางวัล 1,100,000 บาทมาครอง โดยจะแข่งขันกันในเขตภาคเหนือ ไก่ที่ชนะการแข่งขันในครั้งนี้เป็นไก่สายพันธ์พม่าร้อย หงอนหงุ้ม อายุ 14 เดือน