สหกรณ์สุรินทร์ นำลำไย3.5 ตันผลไม้จังหวัดลำพูน ออกจำหน่ายสินค้าดีมีคุณภาพในราคาที่ยุติธรรม


นิ่มนวล มานาดี / สุรินทร์ / โทร.093-0608923
สหกรณ์สุรินทร์ นำลำไย3.5 ตันผลไม้จังหวัดลำพูน ออกจำหน่ายสินค้าดีมีคุณภาพในราคาที่ยุติธรรม
สหกรณ์จังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับสหกรณ์ 3 แห่ง ของจังหวัดลำพูน นำลำไย 3.2ตันออกจำหน่าย ในราคาถูก ที่บริเวณด้านหน้าสหกรณ์การเกษตรเมืองสุรินทร์ เริ่ม วันที่7 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อระบายผลผลิตของสมาชิก ในช่วงฤดูกาลผลผลิตที่ออกสู่ตลาดจำนวนมาก และเป็นการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ได้บริโภคสินค้าดีมีคุณภาพในราคาที่ยุติธรรมให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป
นางสุวรรณี ศรีสุวรรณ์ สหกรณ์จังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยนายสงราม มีสิทธิ์ ประธานสหกรณ์การเกษตรเมืองสุรินทร์ และนายทรัพย์ ยงคง ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเมืองสุรินทร์ ได้ร่วมนำลำไย 3.2ตัน มาวางจำหน่าย ณ.บริเวณด้านหน้าสหกรณ์การเกษตรเมืองสุรินทร์(ตรงข้ามโรงเรียนสุรวิทยาคาร) ถนนหลักเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ พร้อมเปิดเผยว่า ด้วยสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดลำพูนได้เข้าร่วมโครงการรวบรวมและกระจายผลผลิต (ลำไย) ออกนอกแหล่งผลิต ในฤดูกาลผลิต 2561 ประกอบด้วย 1. สหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด 2. สหกรณ์ส่งเสริมเกษตรกรป่าซาง จำกัด และ 3. สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ลำพูน จำกัด ทั้งนี้เพื่อเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลไม้คุณภาพของขบวนการสหกรณ์และเครือข่ายศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป พร้อมเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิต กับสหกรณ์นอกภาคการเกษตร ผู้ประกอบการภาคเอกชน หอการค้าจังหวัด พาณิชย์จังหวัด และนักธุรกิจท้องถิ่น และส่งเสริม สนับสนุน ให้ประชาชนมีโอกาสซื้อสินค้าที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน รวมทั้งเพิ่มบทบาทของสหกรณ์ให้เป็นที่พึ่งของชุมชน โดยได้เปิดขายตั้งแต่วันที่7สิงหาคม 2561ที่ผ่านมา


โครงการดังกล่าว สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับ สหกรณ์การเกษตรเมืองสุรินทร์ จำกัด และขบวนการสหกรณ์ในจังหวัดสุรินทร์ ได้จัดทำโครงการจัดแสดงและจำหน่ายผลไม้คุณภาพของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าสหกรณ์ รวมทั้งการเปิดจุดกระจายสินค้าเครือข่ายสหกรณ์ เพื่อระบายผลผลิตของสมาชิก ในช่วงฤดูกาลผลผลิตที่ออกสู่ตลาดจำนวนมาก โดยการเพิ่มช่องทางการตลาดผลไม้คุณภาพสู่ผู้บริโภคอีกทางหนึ่ง และเป็นโอกาสดีในการเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างสหกรณ์และกลุ่มเกษตรผู้ผลิตกับสหกรณ์นอกภาคการเกษตร ผู้ประกอบการภาคเอกชน หอการค้าจังหวัด พาณิชย์จังหวัด และนักธุรกิจท้องถิ่น พร้อมทั้งยังช่วยให้ผู้ผลิตพบผู้บริโภคซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ทำให้สามารถผลิตสินค้าได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและชุมชนอย่างยั่งยืน
……………..