ชลบุรี-ยายวัย59น้ำตานองหน้า!! พบหญิงสาวใจดียื่นมือเข้าช่วยแม้ตัวเองป่วยเป็นโรคร้าย!! ทั้งให้เงินไว้ทำทุน บริจาคสิ่งของ โซเชี่ยลกระหน่ำแชร์ ได้ฟังแล้วถึงกับน้ำตาไหล!!!


ชลบุรี-ยายวัย59น้ำตานองหน้า!! พบหญิงสาวใจดียื่นมือเข้าช่วยแม้ตัวเองป่วยเป็นโรคร้าย!! ทั้งให้เงินไว้ทำทุน บริจาคสิ่งของ
โซเชี่ยลกระหน่ำแชร์ ได้ฟังแล้วถึงกับน้ำตาไหล!!!

วันที่(30 ก.ค.61) ในโลกโซเชี่ยลกลุ่ม เฟสบุ๊ก”ชุมชนคนรักบ่อวิน”กระหน่ำแชร์คลิปแห่งความน่าประทับใจเมื่อได้มีหญิงสาวรายหนึ่งได้อัดคลิปวีดีโอ ขณะ ที่ตนกำลังยืนพูดคุยกับคุณยายที่มีอาชีพขายพักอยู่หน้าหมู่บ้านภูวรินทร์ บ่อวิน ตั้งอยู่บริเวณ ม.5 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และได้ถามไถ่เรื่องราวชีวิตของคุณยายโดยคุณยายประกอบอาชีพขายผักหน้าหมู่บ้านเพื่อนำเงินไปจุลเจือครอบครัวและไว้ใช้ซื้อสิ่งของจำเป็นให้แก่คุณตาที่นอนป่วยเป็นอัมพาต หญิงสาวรายดังกล่าวพอพูดคุยกับคุณยายไปสักพักก็ได้มอบเงินจำนวน 5,000บาทให้แก่คุณยายไว้ทำทุนขายผักในวันข้างหน้า โดยจำนวนเงินดังกล่าวได้มีเพื่อนๆและคนในชุมชุนที่รู้จักกับหญิงสาวคนดังกล่าวฝากมามอบให้แก่คุณยายด้วย จนคุณยายถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่โผเข้ากอดหญิงสาวรายดังกล่าวด้วยความปลื้มปิติ จนสังคมโชเซี่ยลกระหน่ำแชร์กันอย่างมากมาย

ล่าสุดวันที่(31 ก.ค.61)เวลา 18.00น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง บ้านเลขที่191/137 หมู่บ้านภูวรินทร์ บ่อวิน ม.5 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ก็ได้พบกับ น.ส. สายไหม ชัยมาส อายุ34ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชน 170 ม.8 ต.ตาคลี อ.ตาคลี
จ.นครสวรรค์ และก็ได้พบ คุณยายสำอางค์ ชาวนาดอน อายุ59ปี อยู่บ้านเลขที่ 85 ม.9 ต.ช่อผกา อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ซึ่ง น.ส.สายไหม เป็นผู้โพสต์คลิปวีดีโอดังกล่าว ทางผู้สื่อข่าวจึงสอบถามเรื่องราวอันน่าประทับใจดังกล่าว ต่อ น.ส สายไหม ผู้โพสต์ โดย น.ส.สายไหม ได้เล่าว่า ตนได้พบเจอกับคุณยายอยู่บ่อยครั้งซึ่งจะมาขายผักอยู่หน้าหมู่บ้านเป็นประจำและตนก็มาอุดหนุนผักของคุณยายอยู่บ่อยครั้งจนกระทั่งวันหนึ่งตนได้สอบถามเรื่องราวเกี่ยวกับตัวยายจึงทราบว่า คุณตาจรินทร์โพธิ์ประทับ อายุ65ปี ผู้เป็นสามีนอนป่วยเป็นอัมพาตเส้นเลือดในสมองตีบ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และคุณยายก็ได้นำเงินจากการขายผักไปซื้อสิ่งของที่จำเป็นที่คุณตาจะต้องใช้ แต่เงินที่ได้จากการขายผักรายได้เพียงน้อยนิดแทบจะไม่พอจุลเจือครอบครัวและยังต้องแบ่งไว้สำหรับนำไปลงทุนซื้อผักมาขาย จึงสร้างความลำบากให้แก่คุณยายเป็นอย่างมาก
หลังจากตนทราบเรื่องของคุณยายทั้งหมดจึงเกิดความเห็นใจจึงเริ่มจากรวมรวบสิ่งของบริจาคที่คุณตาจำเป็นต้องใช้และนำเงินส่วนตัวไปซื้อของเพื่อนำมามอบให้แก่คุณยาย

แต่ที่น่าเศร้าใจไปกว่านั้น น.ส. สายไหม ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าตนได้ป่วยเป็นโรคร้ายก็คือ เป็นเนื้องอกที่ลำไส้และตับผ่าตัดมานับไม่ถ้วน รักษาตัวเองมากว่า9ปีแล้วจนปัจจุบันไม่มีเงินเพียงพอที่จะเดินทางไปรักษาตัวเองที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพมหานคร ที่ตนเดินทางไปรักษาตนอยู่เรื่อยมาตลอด เพราะเงินเดือนที่ตนได้จากอาชีพพนักงานบริษัทก็ไม่เพียงพอต่อค่ารักษาพยาบาลเพราะตนต้องมีภาระที่จะต้องใช้จ่ายในแต่ละเดือนทั้งค่างวดบ้านและค่างวดรถและตนยังได้เลี้ยงดูสุนัขที่ถูกทอดทิ้งอีกจำนวน7ตัว เพราะสงสารที่เห็นสุนัขอดๆอยากๆ ไม่มีใครให้ข้าวให้น้ำมัน จึงเก็บสุนัขทั้งหมดมาดูแลที่บ้านของตน ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามต่อ น.ส. สายไหม ว่าจากเหตุการณ์ในคลิปวีดีโอที่ตนได้นำเงินมามอบให้คุณยายนั้นทั้งที่ในแต่ละเดือนนั้นตนเองเงินแทบจะไม่พอใช้อยู่แล้ว จึงได้คำตอบว่าตนป่วยเป็นโรคร้ายไม่รู้ตนจะอยู่ได้นานเพียงไหน จึงอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ ขอเป็นผู้ให้ แก่คนที่ลำบากกว่าตน และอยากให้การกระทำของตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่สังคมและ น.ส. สายไหม ได้ย้ำกับผู้สื่อข่าวว่าตนไม่ได้อยากให้ใครมาสงสารตนเพราะตนยังมีกำลังและแรงกายพอที่จะสู้ได้ ตนเกรงว่าหากมีคนอยากช่วยเหลือตนในด้านทางเงิน ตนขอไม่รับ อยากให้ผู้ใจบุญนำเงินไปช่วยเหลือ คุณยายสำอางค์ หรือผู้ที่ลำบากกว่าตนจะดีกว่าหรือหากอยากช่วยตนก็ขอบริจาคเป็นสิ่งของจะดีกว่าแต่ไม่ขอรับเป็นเงิน

น.ส. สายไหม ยังกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่าแม้ตนจะอยู่เพียงลำพังกับสุนัขอีก7ตัวเพราะตนได้อย่าล้างกับสามีไปได้2ปีแล้ว
ตนก็สู้กับโรคร้ายมาตลอดเพียงลำพังตนจึงเริ่มมองเห็นความสำคัญของชีวิตคนว่าไม่มีอะไรที่แน่นอน จึงอยากให้ทุกคนเป็นผู้ให้เพื่อที่สังคมจะน่าอยู่ขึ้น ยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้ที่ยากลำบากกว่าเรา และตนจึงเลือกเป็นผู้ให้ และตนไม่เคยคิดว่าตนอยากจะมีชื่อเสียงอะไรในสังคม แต่อยากเห็นคนในสังคมช่วยเหลือเจือจูนกันสุดท้ายตนอยากฝากเรื่องสุนัขที่ถูกทอดทิ้งอยากให้มีการคุมกำเนิดสุนัขและมีหน่วยงานเข้ามาแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เพราะตนได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ ตนจึงฝากมายังผู้สื่อข่าวดังกล่าว

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์
รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก