แม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ ร่วมติดตามสถานการณ์การค้นหา “13 ชีวิต ทีมนักฟุตบอลเด็กพร้อมโค้ช ติดถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย”


แม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ ร่วมติดตามสถานการณ์การค้นหา “13 ชีวิต
ทีมนักฟุตบอลเด็กพร้อมโค้ช ติดถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย”

พลโท วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ ร่วมติดตามสถานการณ์การค้นหา “13 ชีวิต ทีมนักฟุตบอลเด็กพร้อมโค้ช ติดถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน” ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พร้อมร่วมรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ปัจจุบัน และแผนการปฏิบัติการช่วยเหลือ ทั้ง 13 คน ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561 ทิ้งเพียงรถจักรยาน 11 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน และสัมภาระบางส่วนไว้หน้าทางเข้าถ้ำ ซึ่งเป็นนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมี ที่เป็นนักเรียนอายุระหว่าง 11 – 16 ปี จากหลายโรงเรียนในพื้นที่ ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย จำนวน 12 คน และโค้ช จำนวน 1 คน เข้าไปเที่ยวชมถ้ำ แต่กลับออกมาไม่ได้ เนื่องจากระดับน้ำในลำธารด้านในถ้ำขึ้นสูงจนปิดโพรงถ้ำและกระแสน้ำไหลเชี่ยว

โดยในส่วนของ กองทัพภาคที่ 3 ได้มอบหมายให้ มณฑลทหารบกที่ 37 จัดชุดครัวสนาม หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ จากโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช เพื่อไว้บริการประชาชน ผู้ปกครองของเด็กที่สูญหาย และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งยังได้จัดชุดลาดตระเวนระยะไกล และกำลังพล ร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือผู้สูญหาย รวมถึงได้สนับสนุนอุปกรณ์สื่อสาร ระบบสื่อสารประเภทสาย ของกองพันทหารสื่อสารที่ 23 กองทัพภาคที่ 3 สามารถใช้โทรศัพท์ได้ จากปากถ้ำ ถึงในถ้ำเป็นระยะทาง 1.5 กิโลเมตร อาทิ SB-22/PT = 1 เครื่อง, TA-312/PT = 6 เครื่อง, um-1 = 3 กล่อง, ล้อสาย WD-1/TT = 2 ล้อ และเฮลิคอปเตอร์ แบบแบล็คฮอก มาประจำการ ด้วย

 

ทั้งนี้ ในวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2561 พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจการปฏิบัติการค้นหาช่วยเหลือ 13 นักเตะเยาวชน – โค้ชทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี่ ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยได้ประชุมร่วมกับนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ณ ห้องประชุมศูนย์บริการนักท่องเที่ยว วนอุทยานถ้ำหลวง – ขุนน้ำนาง

พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมครั้งนี้เพื่อดูการปฏิบัติการ ซึ่งหน่วยงานหลักที่บัญชาการเหตุการณ์ค้นหาและช่วยเหลือคือ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯ ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นผู้บัญชาการ ทาง กองทัพบกเป็นหน่วยสนับสนุนกำลังพล ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ตามปกติ และหน่วยรบพิเศษ รวมกันกว่า 800 นาย ซึ่งถือว่าเพียงพอแล้ว รวมทั้งให้กองทัพภาคที่ 3 โดย พลตรี ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เข้าร่วมในศูนย์บัญชาการด้วย “กองทัพบก มีภารกิจสนับสนุน 2 เรื่องหลัก คือ การสูบน้ำออกจากถ้ำ และลาดตระเวนหาปล่อง ที่จะเป็นช่องทางอื่นเข้าสู่ถ้ำหลวง เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ออกมาให้เร็วที่สุด”

ด้านผู้ปกครองของเด็กนักฟุตบอล ที่ปักหลักอยู่บริเวณหน้าถ้ำ ยังคงทำกิจกรรมเหมือนทุกวันคือ นำดอกไม้ธูปเทียนกราบไหว้บริเวณหน้าปากถ้ำ เพื่ออธิฐานขอให้ลูกๆ กลับมา โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และพัฒนาสังคมฯ ดูแลอย่างใกล้ชิด

ด้านการปฏิบัติการค้นหาช่วยเหลือบริเวณปล่องเหนือถ้ำหลวง ที่มีพิกัดใกล้หาดพัทยาของถ้ำหลวงนั้น ทางเจ้าหน้าที่กำลังสำรวจอย่างละเอียด เพื่อเตรียมให้ทีมเจ้าหน้าที่โรยตัวลงไปในถ้ำสนับสนุนการช่วยเหลือค้นหาโดยเร็ว