ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้การรับรองนางปานี ยาท่อตู้ (H.E. Mrs. Pany Yathotou) ประธานสภาแห่งชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และคณะ ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ


วันที่ 1 มิถุนายน 2561 เวลา 14.30 นาฬิกา ณ ห้องรับรอง 1-2 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2 ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้การรับรองนางปานี ยาท่อตู้ (H.E. Mrs. Pany Yathotou) ประธานสภาแห่งชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และคณะ ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยมี นางพิไลพรรณ สมบัติศิริ ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมด้วย คณะกรรมการบริหารกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-ลาว นำโดย รองศาสตราจารย์คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ประธานกลุ่มมิตรภาพฯ และนายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ร่วมให้การรับรอง
ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวถึงความสัมพันธ์ไทย-ลาวว่า อยู่ในระดับที่ดีมาก โดยมีความร่วมมือในทุกด้าน เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกันทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม ภาษา และผลประโยชน์ร่วมกัน อีกทั้งปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 67 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตด้วย สำหรับความสัมพันธ์ของรัฐสภาทั้งสองประเทศได้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับและได้มีการจัดตั้งกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาระหว่างกันซึ่งเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น โดยสมาชิกรัฐสภาของทั้งสองฝ่ายได้มีการพบปะกันในการประชุมต่างๆ อาทิ การประชุมสหภาพรัฐสภา (IPU) สมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) เป็นต้น ทั้งนี้ สนช. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในครั้งนี้จะช่วยยกระดับความร่วมมือระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติของทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังได้ชี้แจงด้วยว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งแล้ว จำนวน 4 ฉบับ หากมีการประกาศใช้กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง คาดว่าจะเข้าสู่การเลือกตั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นไปตามโรดแมปของรัฐบาลที่กำหนดไว้ และปัจจุบัน สนช. ได้ให้ความเห็นชอบกฎหมายแล้ว จำนวน 291 ฉบับ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ต้องปรับปรุงให้ทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อแก้ปัญหาของประเทศอย่างจริงจังเป็นไปตามมาตรฐานสากลและสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ อาทิ กฎหมายความเท่าเทียมทางเพศ กฎหมายป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง กฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม และกฎหมายต่อต้านการทุจริต
ด้านนางปานี ยาท่อตู้ กล่าวว่า การมาเยือนประเทศไทยในครั้งนี้จะเป็นการช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณที่ฝ่ายไทยให้ความร่วมมือคุ้มครองสิทธิแรงงงานลาวให้ทำงานในประเทศไทยอย่างปลอดภัยและมีการต่อต้านการค้ามนุษย์ พร้อมเสนอ สนช.พิจารณา ดังนี้ 1. เสนอให้กลุ่มมิตรภาพสองประเทศมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันมากขึ้น 2. เสนอให้สมาชิกรัฐสภาสองประเทศมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันเพื่อพบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านนิติบัญญัติร่วมกัน 3. เสนอให้เลขาธิการของสองสภามีการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นระหว่างกันเพื่อการทำงานร่วมกันในอนาคต 4. เสนอให้รัฐสภาสองประเทศจัดทำสนธิสัญญา (MOU) ร่วมกันสองประเทศ และ 5. สนับสนุนการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) เพื่อการพัฒนาอาเซียนร่วมกัน โอกาสนี้ ได้เรียนเชิญ ประธาน สนช. นำคณะสมาชิก สนช. เดินทางเยือน สปป.ลาวในโอกาสที่เหมาะสมต่อไปด้วย
ด้าน ประธาน สนช. กล่าวว่า สำหรับปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ก่อให้เกิดปัญหาการค้ามนุษย์ ทาง สนช. ได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามค้ามนุษย์ ซึ่งแรงงานจากลาวมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของไทยและเห็นควรมีการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มากยิ่งขึ้น โดยการลงนาม MOU ร่วมกันต่อไป
โดยก่อนหน้านี้ เวลา 14.20 นาฬิกา ประธานสภาแห่งชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และคณะ ได้ประกอบพิธีวางพวงมาลา ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา

ภาพ/ข่าว  กฤษรชฏะชญตว์  กฤษพิพัฒนโภคิน ทีมข่าวไทยเกอร์นิวส์ รัฐสภา รายงาน