Uncategorized

มุกดาหาร ศาลฎีกายกฟ้อง 7 เสื้อแดงเผาศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร

มุกดาหาร ศาลฎีกายกฟ้อง 7 เสื้อแดงเผาศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
มุกดาหาร/ เมื่อวันที่ 5 ก.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกาจังหวัดมุกดาหาร ได้อ่านคำพิพากษา “ยกฟ้อง” จำเลยคดีเพลิงไหม้ศาลากลางจังหวัดมุกดาหารเมื่อปี 2553 ทั้ง 7 คน หลังจากได้ต่อสู้คดีพิสูจน์ความจริงมาเป็นเวลา 9 ปี ศาลได้พิจารณาจากพยานทั้งโจทย์ และจำเลย จึงได้พิพากษายกฟ้องทั้ง 7 คนไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ท่ามกลางความปลาบปลื้มใจของจำเลยทั้ง 7 คน และครอบครัว รวมไปถึงทนายความที่ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 มีการเผายางหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ผู้ชุมนุมขอพบผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเจรจาขอตั้งเวทีชุมนุมกดดันรัฐบาลให้ยุติสลายการชุมนุมในกรุงเทพฯ แต่ไม่ประสบผล ทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจ ปีนรั้วเข้าไปในศาลากลางและลำเลียงยางเข้าไปวางตรงทางเข้า มีการพยายามโยนไฟเข้ากองยาง แต่ก็มีการห้ามปรามและช่วยกันดับไฟ จนกระทั่งมีวัยรุ่นกลิ้งยางเข้าไปใกล้อาคารหลังเก่า จากนั้นก็เกิดไฟลุกแล้วลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมและดับไฟ
กระทั่งมีการจับกุมผู้ชุมนุมในที่เกิดเหตุ 16 ราย ในจำนวนนี้มี 1 รายเป็นเยาวชน โดยผู้ชุมนุมหลายรายระบุว่าเจ้าหน้าที่ใช้กระบองทุบตีทำร้ายร่างกายระหว่างจับกุม โดยศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม เม.ย. – พ.ค. 53 (ศปช.) ทั้งหมดถูกควบคุมตัวรวมกันไว้ในรถผู้ต้องขังของตำรวจ บริเวณกลางลานซีเมนต์หน้าอาคารศาลากลางหลังเก่าซึ่งถูกไฟไหม้ไปแล้ว เป็นเวลา 2 คืน โดยไม่มีการปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นถูกนำไปขังที่เรือนจำมุกดาหารด้วยข้อหาร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์และบุกรุกสถานที่ราชการ ในจำนวนคนที่ถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บและถูกจับกุมในช่วงสลายการชุมนุมทั้ง 16 คน ในที่สุดอัยการสั่งไม่ฟ้อง 1 คน และศาลพิพากษายกฟ้องถึง 10 คน”ทั้งนี้ได้มีการตามจับกุมเพิ่มเติมอีกภายหลังมีจำเลยในคดีนี้รวม 29 คน ยกฟ้อง 16 คน ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 13 คน ๆ ละ 20 ปี ส่วนคดีเยาวชนนั้นขึ้นศาลเยาวชน พิพากษาให้มีความผิดฐานบุกรุกและให้คุมประพฤติ ในระหว่างที่คดีอยู่ในชั้นอุทธรณ์ นายประคอง ทองน้อย 1 ใน 13 จำเลยได้เสียชีวิตลง
ต่อมา 30 ก.ย. 2558 ศาลอุทธรณ์มุกดาหารได้พิพากษาลดโทษเหลือ 1 ใน 4 คงเหลือโทษจำคุก 15 ปี และเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2560 นายดวง คนยืน ก็ได้เสียชีวิตอีกหนึ่งคนหลังจากถูกเรือนจำส่งมารักษาตัว เนื่องจากเป็นมะเร็งที่ถุงน้ำดีและตับระยะสุดท้าย โดยนางแก้ว คนยืน ผู้เป็นภรรยาได้กล่าวว่าทางเรือนจำจังหวัดมุกดาหารได้ส่งตัวนายดวงมาที่โรงพยาบาลจังหวัดมุกดาหารก่อนนายดวงเสียชีวิตนานสองเดือนเศษ
ในวันนี้ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายกฟ้อง นับเป็นเวลา 9 ปี นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เมื่อ 19 พ.ค. 2553 และในที่สุดก็ได้พิสูจน์ความจริงว่า “ คนเสื้อแดงไม่ได้เผาศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ”ด้าน นายอนุสรณ์ โพธิ์ศิริ ทนายความ กล่าวว่า เป็นคดีประวัติศาสตร์คดีหนึ่งของพี่น้องชาวจังหวัดมุกดาหาร เป็นคดีต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2553 กลุ่ม นปช.มุกดาหาร มีการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ต่อสู้กันมาหลายคดี รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 2 หลังจากรุ่นแรกตั้งแต่ปี 2553-2554 ส่วนจำเลยทั้งหมด 7 คน ได้แก่ นายบรรญัติ แท่นกลาง นางไกรแก้ว พันนะ นายสมคิด โพธิ์ไทร นายสนุก บับภาร นายธีระพงษ์ จิตวานิช นายหนูเย็น บุญศรี และนายนันท์ธวัช วะชุม วันนี้ศาลได้พิพากษายกฟ้อง คดีเผาศาลากลางมุกดาหาร ซึ่งถือว่าเป็นคดีประวัติศาสตร์ ที่ได้ต่อสู้ในความเป็นธรรม และความเป็นจริงก็ขอขอบคุณทางศาลท่านได้เห็นความเป็นธรรม และความยุติธรรม เพราะว่าพี่น้อง นปช. เสื้อแดงมุกดาหาร ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ได้กล่าวหา จากการสืบพยานโจทย์ และมีคำพิพากษายกฟ้องถือว่าเป็นความโชคดีของพี่น้องคนเชื้อแดงมุกดาหาร นายอนุสรณ์กล่าว

 

ไกรสมุทร นามโพธิ์ไทร/รายงานจากมุกดาหาร
081-0501177