Uncategorized

รมว.พม. ลงพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ติดตามและขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมแบบบูรณาการของคนทุกช่วงวัย

รมว.พม. ลงพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ติดตามและขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมแบบบูรณาการของคนทุกช่วงวัย

 

วันนี้ (13 ม.ค. 62) เวลา 11.00 น. พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม

 

และความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และทีม พม. One Home จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนและรับฟังข้อเสนอแนะและความต้องการของประชาชน อีกทั้งติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. ในพื้นที่ตามนโยบายของรัฐบาลในการลดความเหลื่อมล้ำของสังคมและการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ 

พลเอก อนันตพร กล่าวว่า รัฐบาล โดยกระทรวง พม. มีภารกิจหลักในการรับผิดชอบประชาชนกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก เยาวชน สตรี คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งราษฎรบนพื้นที่สูง โดยมุ่งเน้นการสนับสนุน พัฒนา ช่วยเหลือ และดูแลประชาชน เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายได้รับสวัสดิการของรัฐอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สำหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อนและเป็นป่าไม้ตามธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีประชากรทั้งหมด 274,322 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ คนไทยเชื้อสายไทยใหญ่ และกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งนี้ การลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนครั้งนี้ ได้มีการตรวจเยี่ยม การดำเนินงานของบ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดแม่ฮ่องสอน และกิจกรรมของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน อีกทั้ง ได้ลงพื้นที่ชุมชนป๊อกกาดเก่า ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามการดำเนินงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ด้วยการพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนและเครือข่ายในพื้นที่ การมอบงบประมาณบ้านพอเพียงชนบท ปี 2562 จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 155 หลัง และการเยี่ยมชมนิทรรศการ การสาธิต กิจกรรม และผลิตภัณฑ์ของเครือข่าย อาทิ การประดิษฐ์ใบตองก๊อกซองต่อ การทำตุง การทำข้าวมูลข่วย การนวดแผนไทย และการสาธิตและจำหน่วยผลิตภัณฑ์คนพิการ เป็นต้น และได้ลงพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

 

เพื่อพบปะประชาชนในพื้นที่และเยี่ยมชมการขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมแบบบูรณาการของคนทุกช่วงวัย รวมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการผลิตภัณฑ์ของหน่วยงานและเครือข่าย อาทิ กลุ่มเครื่องเงิน กลุ่มทอผ้าละว้า กลุ่มแปรรูปกาแฟ กลุ่มทอผ้ากะเหรี่ยง กลุ่มลูกประคบ กลุ่มโฮมสเตย์ กลุ่มนวดแผนไทย บูธท่องเที่ยวภูมิวัฒนธรรม นิทรรศการพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับชาวเขา และพิพิธภัณฑ์ชาวเขา เป็นต้น อีกทั้ง ยังได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง และศูนย์คุ้มครอง คนไร้ที่พึ่ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน พลเอก อนันตพร กล่าวต่อไปว่า ชุมชนป๊อกกาดเก่า ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของคนในชุมชน เป็นสถานที่จัดงานบุญงานประเพณีต่างๆ ตามโอกาส และเป็นศูนย์รวมทางวัฒนธรรมของคนในชุมชนตำบลจองคำ โดยได้ มีการขับเคลื่อนงานด้านสังคมที่มุ่งเน้นความสำคัญของการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งปัจจุบัน ตำบลจองคำ มีทุนทางสังคม ดังนี้ 1) กองบุญสวัสดิการชุมชนตำบลจองคำ องค์กรสวัสดิการชุมชน 2) ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนเทศบาล เมืองแม่ฮ่องสอน 3) เครือข่ายยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว 4) ศูนย์เฝ้าระวังและป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ระดับชุมชน 5) ศูนย์ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทตำบล 6) สมาคมสวัสดิการภาคประชาชนจังหวัด องค์กรสาธารณประโยชน์ และ 7) กลุ่มเครือข่ายวัฒนธรรมชุมชน นอกจากนี้ ยังมีเครือข่ายหนุนเสริม อาทิ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) สภาเด็กและเยาวชนตำบลจองคำ อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน และหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. ในพื้นที่ เป็นต้น ทั้งนี้ ชุมชนป๊อกกาดเก่า มีผลการดำเนินงานที่ประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรม อาทิ กองทุนสวัสดิการชุมชน (ปัจจุบัน มีสมาชิก จำนวน 1,368 คน) ระบบบริการผู้สูงอายุแบบบูรณาการ กลุ่มถ่ายทอดภูมิปัญญาสำหรับส่งเสริมอาชีพและรายได้แก่ครอบครัวและชุมชน และการส่งเสริม

ความเข้มแข็งครอบครัวและชุมชน เป็นต้นพลเอก อนันตพร กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมแบบบูรณาการของคนทุกช่วงวัยในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ภายใต้ความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน มีผลงานที่สำคัญในปี 2561 ดังนี้ 1) การบูรณาการการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านเด็กและเยาวชน ได้แก่ ยุทธศาสตร์การคุ้มครองเด็ก การพัฒนาเด็กและเยาวชน การการป้องกันความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชน การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ภายใต้ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายภาคประชาสังคม และสภาเด็กและเยาวชนระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล 2) การส่งเสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายอาสาสมัครของศูนย์ประสาน อพม. จำนวน 3 แห่ง และหน่วยบริการพื้นที่ จำนวน 85 แห่ง และ 3) การส่งเสริมอาชีพและรายได้กลุ่มสตรี ครอบครัว ผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มชาติพันธุ์/บุคคลบนพื้นที่สูงจำนวน 1,810 คน 4) การจัดระบบการจ่ายเงินสงเคราะห์แก่ผู้ประสบปัญหาทางสังคม 5) การสนับสนุนสิ่งอำนวยความสะดวกแก่คนพิการ และผู้สูงอายุ รวมทั้งปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย 264 ครอบครัว และ 6) การคุ้มครองสิทธิ บริการสังคมและการจัดสวัสดิการสังคม ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตามกระบวนการสังคมสงเคราะห์ แก่ผู้ด้อยโอกาส คนไร้ที่พึ่ง ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง และผู้ถูกละเมิดสิทธิ รวมทั้งการตั้งศูนย์ประสานงานคนไร้ที่พึ่งและที่พักพิงชั่วคราววัดพระธาตุดอยกองมู 

“การลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนครั้งนี้ ตนพร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และทีม พม. One Home จังหวัด มีความตั้งใจในการเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อรับทราบความเป็นอยู่และความต้องการ ว่ามีปัญหาติดขัดประการใดบ้าง มีความต้องการ และความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง อีกทั้งติดตามการดำเนินงานในพื้นที่ว่าเป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้หรือไม่ มีข้อติดขัดอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้นำข้อมูลและปัญหาที่ได้จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ไปหาแนวทางแก้ไขร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ทั้งนี้ หากประชาชนในพื้นที่พบเห็นหรือประสบปัญหาทางสังคม ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว หรือต้องการฝึกพัฒนาทักษะอาชีพ สามารถขอความช่วยเหลือได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 บริการฟรี 24 ชั่วโมง ซึ่งกระทรวง พม. พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มทีต่อไป” พลเอก อนันตพร กล่าวในตอนท้าย

 

######################################