สุดรันทดพ่อเฒ่าหนองปลาไหลเจอคำหวานเจ้าหน้าที่รัฐอ้อนให้สละที่ดินเป็นถนนสาธารณะ บอกจะวางท่อให้เรียบร้อย สุดท้ายได้ดั่งใจไม่แคร์เงาหัว


สุดรันทดพ่อเฒ่าหนองปลาไหลเจอคำหวานเจ้าหน้าที่รัฐอ้อนให้สละที่ดินเป็นถนนสาธารณะ บอกจะวางท่อให้เรียบร้อย สุดท้ายได้ดั่งใจไม่แคร์เงาหัว สร้างฝายเกิดใหม่ทำน้ำท่วมตีนเปื่อยกว่า 3 ปี เผยมีประชาชนตกสำรวจยังขอข้าววัดกิน วอนผู้ว่าฯ เมืองชลยื่นมือช่วยเหลือประชาชนยากไร้ไม่มีหน่วยงานเหลียวแล

วันที่26 มิ.ยเวลา17.00น.นายวัชรินทร์ โปร่งพักตร์ อายุ 64 ปี ชาวบ้านพื้นที่ ม.2 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เปิดเผยถึงชีวิตที่มีความเป็นอยู่อย่างยากลำบากกว่า 3 ปี เนื่องจากจะมีน้ำจากพื้นที่สูงไหลลงมาท่วมพื้นที่บ้านเรือนของตัวเองต้องเดินลุยน้ำจนเท้าเปื่อยเป็นโรคน้ำกัดเท้า โดยที่ไม่ได้รับความเหลียวแลจากหน่วยงานใดๆ ทั้งสิ้น หลังจากเมื่อ 25 ปีก่อนได้บริจาคที่ดินซึ่งเป็นมรดกของครอบครัว ให้เป็นถนนสาธารณะเพื่อใช้เดินทางสัญจรเชื่อมต่อกันระหว่างหมู่บ้าน

โดยในตอนนั้นมีเจ้าหน้าที่ที่เป็นตัวแทนภาครัฐเข้ามาหาตนเองและพูดจาหว่านล้อมให้เสียสละที่ดินเพื่อสาธารณะในการเดินทางของประชาชนเป็นระยะทายาวกว่าครึ่งกิโลเมตร ด้วยความที่ถูกอ้อนวอนอยู่นานและทางเจ้าหน้าที่ได้รับปากว่าจะมีการขุดวางท่อก่อนทำถนนเพื่อเป็นการระบายน้ำ แต่หลังจากยอมยกที่ให้เป็นถนนสาธารณะไปกลับมีการทำถนนโดยที่ไม่มีการวางท่อตามที่เคยรับปากไว้แต่อย่างใด ทั้งที่มีการลงทุนซื้อระบายน้ำมาไว้ให้แต่ก็ไม่มีการดำเนินการ

นายวัชรินทร์ เล่าต่อว่าจากนั้นได้มีการสร้างฝายขึ้นบริเวณใกล้พื้นที่ของตนเองเมื่อมีน้ำมากหรือมีฝนตกหนักน้ำก็จะทะลักล้นฝายลงมาเอ่อท่วมพื้นที่ของตนเองซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำอยู่เป็นประจำ ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมบ้านมานานกว่า 3 ปี ล่าสุดบ้านถูกน้ำพัดพังเสียหายไปหนึ่งหลัง หากมีน้ำท่วมขังแต่ละครั้งก็จะใช้เวลาถึง 2-3 เดือนกว่าน้ำจะลดเป้นปกติ เคยไปขอความช่วยเหลือจากเทศบาล เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าเทศบาลเพิ่งมาอยู่หลังจากยกเป็นถนนสาธารณะไปแล้ว ไม่สามารถช่วยเหลือได้ แต่หากมีอุปกรณ์ก็จะส่งคนไปช่วย

ทั้งนี้ ด้วยฐานะทางบ้านก็เป็นคนยากจนไม่ได้ร่ำรวยเพียงพอที่จะไปซื้ออุปกรณ์การทำก่อสร้างมาขุดเจาะวางท่อ ยังงว่าเป็นหน่วยงานรัฐแท้ๆ แต่ไม่มีอุปกรณ์ อยากขอร้องให้ช่วยเหลือครอบครัวตนเองด้วย เพราะไม่รู้จะไปพึ่งใครครอบครัวก็ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร อยากให้ช่วยมาวางท่อให้และอยากให้ช่วยซ่อมแซมบ้านหลังเก่าที่พังเสียหายให้ด้วย ตอนนี้ก็ลำบากมากขึ้นพืชสวนที่ปลูกไว้ก็น้ำท่วมเสียหายทั้งหมด รวมถึงพื้นที่เลี้ยงเป็ดก็ถูกน้ำท่วมด้วยเช่นกัน

ขณะที่ผู้สื่อข่าวกำลังเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบอยู่นั้น ได้พบกับนางแป้น น้อยพินิจ อายุ 78 ปี ที่มีบ้านอยู่ละแวกเดียวกัน เล่าให้ฟังว่าชาวบ้านแถวนี้หลายคนตกสำรวจทำให้มีความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นไม่มีแม้แต่เงินยังชีพผู้สูงอายุ ส่วนตัวเองแล้วนั้นอาศัยอยู่คนเดียวต้องอาศัยขอข้าววัดกินไปวันๆ เนื่องด้วยแก่แล้วประกอบกับมีอาการทางกระดูกสันหลัง เนื่องจากเคยหกล้ม จากที่เคยรับจ้างทั่วไปก็ไม่สามารถทำงานได้ แถมต้องมาเจอปัญหาน้ำท่วมบ้านอีก จึงอยากให้มีคนมาช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตามอยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้ให้ความช่วยเหลือชาวบ้านีท่อาศัยอยู่ในละแวกดังกล่าว เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เนื่องด้วยจังหวัดชลบุรีเป็นเมืองเศรษฐกิจที่ทำรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนจึงควรมีความเอาใจใส่ในฐานะที่เป็นจังหวัดที่มีการเติบโตทางธุรกิจและมีศักยภาพของท้องถิ่นสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศด้วยเช่นกัน.

ภาพข่าวสมชาย โคตล่ามแขก