ฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตร ด้วยวิถีชุมชน ! นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมโครงการฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตรเพื่อการระบายน้ำและกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร


ฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตร ด้วยวิถีชุมชน !

นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมโครงการฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตรเพื่อการระบายน้ำและกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร
นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมโครงการฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตรเพื่อการระบายน้ำและกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร

วันที่ 11 มิถุนายน 2561 เวลา 11.30 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมโครงการฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตรเพื่อการระบายน้ำและกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร ณ ประตูระบายน้ำดงเศรษฐี หมู่ที่ 4 ตำบลย่านยาว อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โดยมี พลโทวิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับและติดตามปฏิบัติภารกิจ

ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมระหว่างคลองส่งน้ำของกรมชลประทานทั้งสองฝั่งของแม่น้ำพิจิตร อยู่นอกเขตโครงการชลประทาน ความยาวของแม่น้ำประมาณ 127 กิโลเมตร รวมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 56,900 ไร่ และมีพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 43,700 ไร่

ที่ผ่านมา แม่น้ำพิจิตรหรือแม่น้ำเมืองเก่า เดิมเป็นแม่น้ำน่าน ต่อมาแม่น้ำน่านได้ไหลเปลี่ยนทิศททาง จนเกิดเป็นแม่น้ำพิจิตรในปัจจุบัน เชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำน่านกับแม่น้ำยม โดยแยกจากแม่น้ำน่านที่บริเวณบ้านดงเศรษฐี ตำบลย่านยาว อำเภอเมืองพิจิตร ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนสองฟากฝั่งแม่น้ำดีขึ้น โดยเฉพาะการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร เกิดความมั่นคงทางด้านอาหารของประชาชนที่เพิ่มขึ้น เพราะระบบนิเวศน์และความหลากหลายทางชีวภาพของแม่น้ำกลับคืนมา ที่สำคัญช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมช่วงที่น้ำหลากในแม่น้ำน่าน โดยสามารถตัดมวลน้ำน่านเข้าสู่แก้มลิงของพิจิตร ช่วยลดปริมาณน้ำที่จะหลากลงไปยังที่ราบภาคกลาง อีกทั้งช่วยแก้ปัญหาบึงสีไฟซึ่งอยู่ทางตอนล่างได้อีกด้วย แนวทางการพัฒนาที่สําคัญ ได้แก่ การขุดลอกแม่น้ำพิจิตรทั้งสายตลอดความยาว 127 กิโลเมตร เพื่อกักเก็บน้ำ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้แสดงความขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมในการช่วยฟื้นฟูแหล่งน้ำพิจิตรให้มีสภาพที่ดีขึ้น พร้อมกล่าวว่า ขณะนี้ทุกคนจะต้องช่วยกันสร้างชุมชนของตนเองให้มีความเข้มแข็ง เพราะลำพังเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายเดียวคงมีจำนวนไม่เพียงพอ หากประชาชนช่วยกันแก้ปัญหาในชุมชนก็จะสามารถแก้ไขได้ที่เกิดขึ้น โดยใช้แนวทางประชารัฐ เพราะชุมชนถือเป็นฐานของการพัฒนาประเทศในทุก ๆ ด้าน ถ้าชุมชนเข้มแข็ง การพัฒนาประเทศก็จะมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป

ขอบคุณภาพ ข้อมูล จาก ทีมงานไทยคู่ฟ้า สำนักนายกรัฐมนตรี www.thaigov.go.th และ กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก